คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เพียง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ โพสต์ข้อความไว้อาลัยการจากไปของ แหวน ฐิติมา ในฐานะที่เคยชมชอบหลายเพลงของเธอ ก็ถูก “ถล่ม” จากบรรดา “แฟนานุแฟน” กระหึ่ม
ความผิดของ แหวน ฐิติมา มิได้อยู่ที่ว่าเพลงเพราะหรือไม่เพราะ เนื้อดีหรือไม่ดี หากอยู่ที่ว่าเมื่อปลายปี 2556 ต้นปี 2557 เธอไปร่วมเป่านกหวีดกับ “กปปส.”
อันเท่ากับเห็นด้วยกับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ความรู้สึกต่อ แหวน ฐิติมา ก็เช่นเดียวกันกับความรู้สึกต่อ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หรือ หงา คาราวาน คือเห็นต่างทางการเมืองแล้วพลอยไม่ชอบผลงาน
ปฏิเสธตัวตน ปฏิเสธผลงาน เพลงและบทกวี
ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับผลงานเป็นความสัมพันธ์ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ นี่เป็นความจริงอย่างแน่นอนในทางศิลปะ
เมื่อศิลปะเป็นเรื่องของ “อารมณ์”
บทบาทของอารมณ์ในแบบพอใจ หรือไม่พอใจ จึงมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการกำหนดว่าจะชอบหรือไม่ชอบต่อผลงานและตัวศิลปิน
นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และก็เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว
กระนั้น แต่ละผลงานของศิลปินก็มิได้ดำรงอยู่อย่างลอยๆ ไร้รากฐาน ตรงกันข้าม กลับสัมพันธ์กับสถานการณ์ในแต่ละสถานการณ์อย่างแนบแน่น
นั่นก็คือ ผลงานดำรงอยู่อย่างมีลักษณะประวัติศาสตร์
เพลง “เรามีเรา” ของ แหวน ฐิติมา ออกมาอย่างสอดรับกับอารมณ์ความรู้สึกของวัยรุ่นไม่ว่าชาย ไม่ว่าหญิงที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง และกำลังอยู่ในห้วงแห่งความรัก
ตรงนี้แทบไม่มีอะไรเกี่ยวกับ “ชัตดาวน์”
กวีนิพนธ์ “เพียงความเคลื่อนไหว” และ “หนทางหอยทาก” สัมพันธ์กับสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 แทบไม่มีอะไรเกี่ยวกับการตัดสินใจเมื่อเดือนกันยายน 2549 หรือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เช่นเดียวกับบทเพลง “นกสีเหลือง” หรือ “คืนรัง”
แหวน ฐิติมา อาจร้องเพลงในสถานการณ์ 1 เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อาจเขียนกวีนิพนธ์ในสถานการณ์ 1 หงา คาราวาน อาจแต่งและร้องเพลงในสถานการณ์ 1
จำเป็นต้องมองตามความเป็นจริง แต่ละห้วง แต่ละยุค
การปฏิเสธบทบาทของศิลปินอย่างครบวงจรอาจยืนยันและแสดงถึงจุดยืนในทางความคิดอย่างมั่นแน่วและเที่ยงตรง
แต่เมื่อดำเนินไปอย่าง “ตัดตอน” ประวัติศาสตร์
ด้าน 1 อาจเป็นการแสดงจุดยืนและท่าทีที่ซื่อสัตย์ มั่นคง ขณะเดียวกัน ด้าน 1 อาจทำให้เสียโอกาสต่อเสี้ยวแห่งประวัติศาสตร์ไปอย่างน่าเสียดาย
ความหมายของเพลง และ แหวน ฐิติมา อยู่ตรงนี้