คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ยิ่งข่าวการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินไปอย่างยอกย้อน ซ่อนเงื่อน คดเคี้ยว วกวน มากเพียงใด
ยิ่งจะกลายเป็น “ปัญหา” ต่อไปใน “อนาคต”
“ปัญหา” ที่ว่านี้ดูเหมือนจะมิได้เป็นปัญหาของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือของสหรัฐอเมริกา หากแต่กำลังจะกลายเป็น “ประเด็น” ในหมู่พวกเราคนไทย
อันเป็น “ประเด็น” ที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก
ตั้งแต่ก่อนสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังก่อนสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เป็นความเห็น “ต่าง” อันเนื่องแต่สงคราม “สี”
ถามว่าข่าวการจะไปเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดขึ้นและกลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครมได้อย่างไร
เกิดขึ้นเพราะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โทรศัพท์สายตรงมา
การสนทนาครั้งนี้อาจมีเรื่องเกี่ยวกับ “เกาหลีเหนือ” เป็นประเด็นใหญ่ แต่ก็มีสร้อยสนเสริมเข้ามาว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกปากเชิญให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเยือนทำเนียบขาว
ตรงนี้แหละที่เป็นเรื่องต่อเนื่อง
เพราะว่าข่าวในเบื้องต้นถึงกับกำหนดการเยือนสหรัฐอเมริกาว่าเป็นวันที่ 19 กรกฎาคม แต่แล้วกำหนดการเยือนนี้ก็ค่อยๆ เลื่อนออกไปเป็นภายในเดือนกรกฎาคม และเป็นภายในปีนี้โดยที่ยังไม่สามารถกำหนดอย่างแน่ชัด
กลายเป็นว่าฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลายเป็น “แม่สายบัว”
น่าสังเกตว่ากรณีการเยือนสหรัฐอเมริกา เป็นแขกของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ข่าวจะมาจากฝ่ายของไทยมากกว่าจะมาจากฝ่ายของสหรัฐ
เห็นได้จากการแถลงของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย
เห็นได้จากการชี้แจงและให้รายละเอียดของ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แต่ไม่เคยได้ยินฝ่ายของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยพูด
มีก็แต่การอ้างอิงจาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย มีก็แต่การอ้างอิงจาก พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค โดยที่ฝ่ายนั้นก็นิ่งเงียบ
นี่จึงเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่ง
ความจริง หากสันทัดในการรอคอยก็จะสามารถค้นพบคำตอบได้จากสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ได้อย่างเด่นชัด
นั่นก็คือ หากไม่เป็นภายในเดือนกรกฎาคม นั่นก็คือ หากเดือนกรกฎาคมก็ยังไม่แจ่มชัดก็จำเป็นต้องรอคอยอย่างเยือกเย็นไปจนถึงสิ้นปี 2560 เข้าสู่ปีใหม่ 2561
กาลเวลาจะเป็น “คำตอบ” ได้อย่างดีที่สุด