คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ความเงียบภายในพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ที่มีการเปิดตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปอยู่ในสถานะ เต็งหนึ่ง ที่จะทะยานไปสู่ตำแหน่งผู้นำพรรค
กำลังกลายเป็น กรณีศึกษา ทางการเมือง
มองจากฝ่ายตรงกันข้าม ความเงียบเช่นนี้สะท้อนให้เห็นสภาวะอับตัน ไม่มีหนทางไปของพรรคเพื่อไทย
หากเป็นเช่นนี้พรรคเพื่อไทยก็ไม่น่ากลัวอะไร นับถอยหลังอย่างเดียว
ที่คาดกันว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นคู่แข่งที่พรรคประชาธิปัตย์มิอาจเทียบเปรียบ และเป็นเงาอันสยดสยองต่อการสืบทอดอำนาจของคสช. ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง จึงไม่น่าจะเป็นไปได้หรือไม่มีโอกาสเป็นไปได้
โอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงราบรื่น
ภายใน ความเงียบ อย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าจะมองผ่านแต่ละถ้อยคำของ นายภูมิธรรม เวชยชัย
เหมือนกับจะเป็นการยอมรับต่อ บทบาท
เพราะว่าการเดินทางไปเยือนจีนตามคำเชิญของพรรคคอมมิวนิสต์ มิได้เป็นจังหวะก้าวแรกที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แสดงออก
หากแต่ยังเคยไปเคลื่อนไหวที่จังหวัดนครพนมมาแล้วอย่างคึกคัก
เป็นการเดินทางไปในท่วงทำนองแบบชาวพุทธ แอบอิงอยู่กับงานบุญ สะท้อนสายสัมพันธ์ผ่าน นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนมหลายสมัย อย่างแนบแน่น
เท่ากับยืนยันว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มี วาระ
ในยุคที่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย แวดวงการเมืองรับรู้อาการเบียดขบระหว่างขาใหญ่ไม่ว่าจะเป็น นายเสนาะ เทียนทอง ไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นตัวอย่าง
แต่มาครานี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เงียบกริบ
กล่าวสำหรับ นายเสนาะ เทียนทอง ในงานครบรอบวันเกิดเดือนเมษายน 2560 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ไปปรากฏตัวอวยพร
นั่นก็เพราะมี ลูกป๋าเหนาะ ที่เป็นอดีตส.ส.กทม.เป็นตัวเชื่อม
เมื่อ นายเสนาะ เทียนทอง เอนมาทาง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เท่ากับมีสัญญาณอันเด่นชัดในทางการเมือง
มีหรือที่ระดับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะจับไม่ออก
การปรากฏตัวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงมิได้อยากปรากฏตัวก็ปรากฏตัว หากแต่ดำเนินไปอย่างมีจังหวะก้าว
เท่ากับมี สัญญาณ ในเชิงเปิด โอกาส
ความเงียบจึงเท่ากับเป็นการยอมรับและยืนยันถึง เอกภาพ ในทางความคิด ในทางการเมืองและในทางการจัดตั้งภายในพรรคเพื่อไทย