ท่วงท่า อาการ ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่วงท่า ปรับครม.
ท่วงท่า อาการ ของ สมคิด – ไม่ว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไม่ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ล้วนสำคัญ
สำคัญไม่เพียงเพราะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี สำคัญไม่เพียงเพราะ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หากทั้ง 2 ผ่านร้อนหนาวการเมืองมายาวนาน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็เคยเป็น ส.ส.พรรคกิจสังคมตั้งแต่ปี 2526
น่าสนใจที่ทั้ง 2 ออกมาพูดเรื่องการปรับครม.
ท่าทีของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ต่อการปรับครม.ควรล้างหูน้อมรับฟัง
ล้างหูน้อมรับฟังเพราะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตกเป็นเป้าหมายหนึ่งว่าอาจจะถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
เพราะอยู่ในสถานะเดียวกันกับ“กลุ่ม 4 กุมาร”
เช่นนี้เอง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงเสนอคำถามแหลมคมตั้งแต่“ทำไมคนดีอยู่ไม่ได้”ไปถึงกับการโยนหินถามทางในเรื่องบ“ยุบสภา”เหมือนกับสิงคโปร์ โมเดล
ขณะเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ไม่เชื่อว่าจะมีการปรับครม.
น้ำเสียงของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตรงกับน้ำเสียงของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อาจจะเคยระบุว่า การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคของพรรคพลังประชารัฐจะนำไปสู่การปรับครม.ในที่สุด
เพราะว่าตำแหน่งรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับโควตาของพรรค
แต่เมื่อได้ยินคำยืนยันว่าไม่มีการปรับครม.ดังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานเข้ากับการยืนยันอย่างมีน้ำหนักของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ก็ฟันธงว่า การปรับครม.จะมีก็อีกนาน
คล้ายกับว่าบทสรุปของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เหมือนกัน
แต่ภายในความเหมือนกันระหว่างของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แตกต่างกัน
เพราะคำว่าอีกนานของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อาจไม่นานเท่าใดนัก