อนิจจัง อำนาจ – ปฏิบัติการ“ชู 3 นิ้ว” และติด “โบขาว” ทำไมจึงกลายเป็น “เรื่องใหม่”
ทั้งๆ ที่การชู 3 นิ้วเป็นการแสดงออกตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทั้งๆ ที่การติดโบขาวเป็นการแสดงออกตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2563
คำตอบที่ตรงเป้าที่สุด เพราะว่าเป็นการแสดงออกของ “นักเรียน”
คำตอบที่ทำให้เกิดอาการสั่นสะท้านเป็นอย่างสูงเพราะว่าเป็นปรากฏการณ์อันเป็นความต่อเนื่องจากการชุมนุมของ “เยาวชน/ประชาชนปลดแอก”
โดยเฉพาะบนถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม
ปรากฏการณ์ “ชู 3 นิ้ว” เป็นผลสะเทือนจากบนถนนราชดำเนินได้อย่างไร
ต้องยอมรับว่าการชุมนุมบนถนนราชดำเนินเมื่อตอนค่ำของวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมส่งผลสะเทือนอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งในทางความคิด
แม้ไม่ได้ไปร่วมแต่ก็รับรู้จาก “โซเชี่ยล มีเดีย”
เมื่อผลสะเทือนนี้ตกกับนักเรียนจึงเท่ากับยืนยันว่า นักเรียนอยู่ในประชาคม “ทวิตเตอร์” เป็นจำนวนมหาศาลและเมื่อรับรู้ข่าวสารก็นำมาขยายผล
และก่อให้เกิดอาการ “ช็อก” อย่างมหาศาลกับ “ผู้ใหญ่”
เป็นไปได้ว่าความเครียดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจาก “นักเรียน”
เพราะพลันที่มีการ “ชู 3 นิ้ว” ระหว่างเคารพธงชาติสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอด 6 ปีหลังรัฐประหารล้มเหลว
คำสั่งให้ท่องจำ “ค่านิยม 12 ประการ” พังครืน
ในเมื่อความไม่พอใจที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ของนิสิต นักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยได้กลายเป็นโรคระบาดอย่างใหม่แพร่กระจายไปยังโรงเรียนและนักเรียน
เท่ากับเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” ดังกึกก้อง
หากมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องยอมรับในความตระหนก
ตระหนกว่าอำนาจอันได้มาจากการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และทำทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจมาจนถึงเดือนสิงหาคม 2563 เริ่มไม่แน่นอน
ยืนยันสภาวะแห่ง “อนิจจัง” ออกมาอย่างเด่นชัด