มุมมอง ความคิด – นับแต่การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมสถานการณ์รุดหน้า “เร็ว” อย่างยิ่ง

ทั้งๆ ที่ความเคยชินเดิมทำให้หลายคนออกมาหมิ่นหยามว่าเป็น “ม็อบมุ้งมิ้ง” เยาะเย้ยว่าเป็น “ม็อบฟันน้ำนม” หรือแม้กระทั่งทุบโต๊ะว่าเป็น “ม็อบวูบวาบ”

แต่ด้วยเวลาอันรวดเร็วก็กระจายไปเกือบทั่วประเทศ

พร้อมกับข้อเรียกร้องอันเป็นเอกภาพกันโดย พื้นฐาน 1 หยุดคุกคามประชาชน 1 ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย แล้ว 1 ยุบสภามอบโอนอำนาจให้ประชาชน

ยิ่งที่เห็นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ยิ่งน่าตกใจ

ความน่าตกใจอย่างยิ่งก็คือไม่มีอะไรยับยั้ง “เยาวชนปลดแอก” ได้

แม้จะใช้ทั้งมาตรการทางการเมืองผ่านการให้ร้ายป้ายสี รุนแรงร้ายกาจ และมาตรการทางการทหารด้วยการคุกคาม กลั่นแกล้งและจับกุม

การเข้าร่วมบนถนนราชดำเนินก็ทะลุหลัก “หลายหมื่น”

ยิ่งกว่านั้น อาฟเตอร์ช็อกที่ก่อความตระหนกอย่างกว้างขวางคือผลสะเทือนที่ปรากฏผ่านการชู 3 นิ้วและติดโบขาวของ “นักเรียน” อย่างคึกคัก กว้างขวาง

กลายเป็นปรากฏการณ์อย่างใหม่ในทางการเมือง

ผ่านจากวันที่ 16 สิงหาคมมา นี่ย่อมมิใช่ “ม็อบวูบวาบ” อย่างแน่นอน

ถามว่าอาการหมิ่นหยามในแบบ “ม็อบมุ้งมิ้ง” ในแบบ “ม็อบฟันน้ำนม” และในแบบ “ม็อบวูบวาบ” สะท้อนอะไรในทางความคิด

ตอบได้เลยว่าเป็นความคิดแบบเก่า โบราณ คร่ำครึ

ความคิดที่ว่าการชุมนุมต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ต้องมีท่อน้ำเลี้ยง ยิ่งเป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา ยิ่งไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นเดือนๆ

ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

สายตาที่มองและจำแนกแยกแยะต่อ “เยาวชน/ประชาชนปลดแอก” มีความสำคัญ

เพราะหากมองไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง เพราะหากมองผิดพลาด ความเห็นและวิธีการที่จะเข้าไปบริหารจัดการก็ย่อมผิดพลาด คลาดเคลื่อนและเป็นอันตราย

ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าพรรคการเมือง ไม่ว่านัก การเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน