บทบาทและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ นายวัฒนา เมืองสุข กำลังสร้างความอกสั่น ขวัญแขวนและนำไปสู่ข้อคาดหมายว่าจะรอดหรือไม่รอด

บางที “พระรอด” อัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มา

สมควรมอบให้อยู่ในมือและ นายวัฒนา เมืองสุข นำไปสวมอยู่บนคอมากกว่าที่จะเก็บไว้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียงคนเดียว

เพราะนับแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นมา เหมือนกับไต่บนเส้นลวด

แม้การไปพบเจ้าพนักงานสอบสวนของ บก.ปอท.ในวันที่ 1 สิงหาคม อาจจะทำให้รอดปลอดภัยสามารถกลับไปนอนบ้านโดยไม่ต้องมีการประกัน

แต่ยิ่งใกล้วันที่ 25 สิงหาคม ยิ่งหวาดเสียว

ความจริง การขับเคลื่อนเพื่อเอาผิด นายวัฒนา เมืองสุข ก่อนสถานการณ์วันที่ 1 และวันที่ 25 สิงหาคม นั้นได้มีการวางแผนเอาไว้อย่างรัดกุมยิ่ง

โดยน่าจะเป็นส่วนหนึ่งใน “แผนกรกฎ 52” ของตำรวจ

การมอบหมายให้ตำรวจสันติบาลไปแจ้งความกล่าวโทษที่กองบังคับการปราบปรามอาจเสมอเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเส้นทาง 1 คือ เส้นทางไปยัง บก.ปอท.

จาก บก.ปอท. เป้าหมายคือ “หมายจับ” จากศาลอาญา

บังเอิญที่ นายวัฒนา เมืองสุข เป็นนักกฎหมายและมีทนายความที่เจนจัดในเรื่องพวกนี้จึงชิงเป็นฝ่ายกระทำโดยการเดินทางเข้าพบเจ้าพนักงานสอบสวน

ผลก็คือ สามารถยุติลงได้เพียงแค่ “หมายจับ”

กระนั้น นายวัฒนา เมืองสุข เองก็คงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมจึงมี “หมายเรียก” จากบก.ปอท.อีกเป็นหนที่ 2 และหนที่ 3 ทั้งๆ ที่น่าจะจบไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม

สาเหตุ 1 อาจเพราะ นายวัฒนา เมืองสุข ยังไม่หยุด

แม้จะถูกข้อกล่าวหากระทำความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และโยงไปยังประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 แล้ว

แต่ดูเหมือนว่า นายวัฒนา เมืองสุข ยังยืนยัน

1 ยืนยันว่าการเดินทางไปให้กำลังใจในวันที่ 1 สิงหาคมมิได้กระทำความผิด และ 1 ยืนยันว่าในวันที่ 25 สิงหาคม ก็จะกระทำเหมือนกับที่เคยกระทำมาแล้ว

เพราะว่าการไปให้ “กำลังใจ” คนที่รักและศรัทธา ไม่มีอะไรเป็นความผิด

สังคมกำลังเฝ้ามอง ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนอันมาจากตำรวจโดยเฉพาะ บก.ปอท. และไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับอย่างมีชั้นเชิงจาก นายวัฒนา เมืองสุข

ตกลงว่า “คดี” นี้จะลงเอยอย่างไร

ลงเอยโดยการที่ นายวัฒนา เมืองสุข จะต้องเข้าไปอยู่ใน “ซังเต” หรือว่าลงเอยโดยการที่ บก.ปอท.ไม่อาจเดินหน้าอะไรได้อีกแล้ว

คำตอบอยู่ที่ “ศาล” คำตอบอยู่ที่ “คำพิพากษา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน