คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ในที่สุด วันเสาร์ที่ 5 กันยายน ก็เดินทางมาถึงด้วยความระทึก
เป็นความระทึกของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีกำหนดจะขึ้นเวทีเพื่อ “ดีเบต” กับเหล่า “นักเรียนเลว”
15.00 น.ข้างกระทรวงศึกษาธิการ
อาจเป็นเพราะเคยเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ยุค “กปปส.” อาจเป็นเพราะอยู่ในฐานะ “ผู้บริหาร” โรงเรียนจึงมีความกล้าอย่างเต็มเปี่ยมที่จะขึ้นเวที
แม้ไม่รู้ว่า “สถานการณ์” จะดำเนินไปอย่างไร
หากมองจากสภาพการณ์เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคมมาเป็นบรรทัดฐาน
การพบกันระหว่างเหล่า “นักเรียนเลว” ณ บริเวณที่ชุมนุมข้างกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 20 กว่าวันก่อนนั้นไม่น่าประทับใจเท่าใดนัก
อาจเนื่องจากเสียง “ไปต่อแถว ไปต่อแถว” ดังกึกก้อง
แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ก็คือ ความอดทน อดกลั้นและแสดงความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะ “ดีเบต” กับตัวแทนเหล่า “นักเรียนเลว” อีกครั้ง
นับว่าหาได้ยากยิ่งในหมู่ “นักการเมือง” ด้วยกัน
ไม่มีใครคาดหมายได้ว่าสถานการณ์ “นักเรียนเลว” จะเป็นอย่างไร
แต่ความเป็นจริงที่ยอมรับก็คือ ความอึดอัดของนักเรียนโดยทั่วไปได้เดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่ทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องสมควรจะต้องมาทำความเข้าใจ
จะมองพวกเขาว่าเป็นเด็กแล้วไร้สิทธิไร้เสียง ย่อมไม่ได้
เพราะการแสดงออกอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนับ แต่เช้าวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมผ่านปรากฏการณ์ “ชู 3 นิ้ว” ระหว่างเคารพธงชาติยืนยันว่าปัญหาได้เกิดขึ้นและดำรงอยู่
คำถามก็คือจะหาทางออกอย่างไรจึงจะนุ่มนวลและถูกต้อง
การชุมนุมของ “นักเรียนเลว” ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายนจึงทรงความหมาย
ทรงความหมายต่อกระทรวงศึกษาธิการ ทรง ความหมายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ทรงความหมายต่อรัฐบาลและทรงความหมายต่อนายกรัฐมนตรี
ยิ่งกว่านั้น ยังทรงความหมายต่อ “นักเรียน”