คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
บทสรุปของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ต่อ “เยาวชนปลดแอก”สำคัญ
สำคัญเพราะเขาไม่ได้มองเพียงสถานการณ์ใน “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เท่านั้น
หากแต่มองไปไกลถึง 10 ปีข้างหน้า
เป็นการมองบนพื้นฐานที่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่มีนิสิตนักศึกษาในวัย 20 ปี หากแต่ยังมีนักเรียนระดับมัธยมในวัย 10 กว่าปีเข้าร่วมด้วย
เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อถามหา“อนาคต”
ไม่ว่า“19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร”จะลงเอยอย่างไรในทางการเมือง
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจะ สามารถพามวลชนเข้าไปปักหลักอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้ตามคำประกาศหรือไม่
จำนวนผู้เข้าร่วมจะทะลักล้นจนถึง“สนามหลวง”
เช้าวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ผู้ชุมนุมจะยังยืนหยัดร่วมและพร้อมใจกันเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปบนถนนราชดำเนินจนถึงทำเนียบรัฐบาลหรือไม่
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นยังไม่ถึงบทสุดท้าย
ปมเงื่อนอยู่ตรงที่การรับไม้ระหว่างรุ่น 10 กว่าปีกับรุ่น 20 กว่าปี
คนรุ่น 20 กว่าปีอาจอยู่ได้อีก 1-2 ปีก็ต้องจบออกจากมหาวิทยาลัย จากนั้น ภารกิจในการต่อสู้ก็ตก อยู่ในมือของคนรุ่น 10 กว่าปีที่ทยอยกันเข้าสู่มหาวิทยาลัย
หากต่อสู้เมื่ออายุ 10 กว่าแล้วจะยุติลงกระนั้นหรือ
ความจัดเจนของนักเคลื่อนไหวระดับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ฟันธงว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ที่เป็นไปได้ก็คือความต่อเนื่อง การพัฒนาเรื่อยไป
บนพื้นฐานแห่งคำประกาศ “อนาคตเรากำหนดเอง”
หากมองจากพื้นฐานของคนรุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เหนื่อย
เพราะในขณะนี้ก็อยู่บนสะพานพระราม 6 ตอนปลาย และกำลังเคลื่อนไปยังสะพานพระราม 7 อีกไม่กี่ปีก็จะเข้าไปอยู่ในสะพานพระราม 8
เป็นความเหน็ดเหนื่อยในยามชรา