สถานการณ์หลังการหายตัวไปของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 25 สิงหาคม อาจเริ่มด้วยความดีใจ สะใจ ดังการแสดงออกของนัก “ก่อกองทราย” และผองเพื่อน

รวมถึงท่าทีของ “หัวหน้าพรรค” คนหนึ่งที่ “นครศรีธรรมราช”

แต่คล้อยหลังจากวันที่ 25 สิงหาคม ไม่นานเท่าใดนักก็บังเกิดความฉุกคิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถ “หายตัว” ไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร

ทั้งๆ ที่มี “แผนกรกฎ 52” บังคับใช้กฎหมาย 100%

ทั้งที่คสช.สั่งการผ่านกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยทั้ง 4 กองทัพภาค ประสานกับ 7 มาตรการเข้มของกระทรวงมหาดไทยไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปถึงสิงคโปร์ได้อย่างไร

ความสงสัยแรกสุดอันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ อันมาจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อันมาจาก กปปส.มองไปยังคสช. มองไปยังรัฐบาล

จึงตั้งคำถาม ใครพาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไป

แต่ภายในคำถามนี้มิได้เป็นการถามไปยังนายทักษิณ ชินวัตร หากถามไปยังกลไกอำนาจรัฐภายในประเทศที่อยู่ในการกำกับ ควบคุมของคสช.

หากไม่เปิด “ไฟเขียว” อำนวยความสะดวกให้ คงไม่รอด

มีคำปฏิเสธมาจากคสช.อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แต่ความสงสัย คลางแคลงใจก็ยังค้างคาอยู่

ยิ่งความคลางแคลงใจมีมากเพียงใด ยิ่งการหายตัวไปของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความลึกลับ ซับซ้อนมากเพียงใด

กระบวนการข่าวปล่อย ข่าวลือ ยิ่งวิลิศมาหรา

ยิ่งกว่านั้น บรรดาข่าวปล่อย ข่าวลือที่ออกมามากมายทั้งในประเทศยังดำเนินไปในลักษณะขว้างงูไม่พ้นคอ

เป็นคอของคสช. เป็นคอของรัฐบาล ไม่ใช่ใครไหนอื่น

การปล่อย “จดหมายปลอม” ออกมาจึงกลายเป็นองค์ประกอบ 1 แม้ว่าจะได้รับการปฏิเสธอย่างเฉียบขาดจากพรรคเพื่อไทย แต่เชื่อได้เลยว่ากระบวนการลับ ลวง พราง ในกระสวนแบบนี้จะไม่จบง่ายๆ

เพราะในที่สุดแล้วคนที่เสียเป็นคสช. เป็นรัฐบาล

ลองย้อนกลับไปทบทวนกระบวนการทั้งหมดก่อนสถานการณ์วันที่ 25 สิงหาคมจะเกิดขึ้นก็อาจจะมองเห็นร่องรอยบางร่องรอย

เป็นร่องรอยที่มองและประเมิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่ำ

มองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นละอ่อนในทางการเมือง มองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เข้าใจกระบวนการในทางการเมือง

แต่จากสถานการณ์วันที่ 25 สิงหาคม อาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน