บทสรุปที่ว่าพรรคเพื่อไทยและนปช.คนเสื้อแดงจะ “แตกสลาย” หลังการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม

มิได้เป็นบทสรุปใหม่

บทสรุปนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลังเกิดรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และ นายทักษิณ ชินวัตร ติดค้างอยู่ต่างประเทศ

มีการตั้งคณะกรรมการคตส.ขึ้นมา “เช็กบิล”

มีการยุบพรรคไทยรักไทย ลงโทษคณะกรรมการบริหาร 111 คน มีการร่างรัฐธรรมนูญผลักดันจนผ่านประชามติประกาศและบังคับใช้เป็น “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550” หวังจะเป็นเครื่องมืออย่างสำคัญในการเลือกตั้ง

ขอถามว่าผลการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 เป็นอย่างไร

เมื่อมีการยุบพรรคไทยรักไทยก่อให้เกิดสภาพแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอเกิดขึ้นเป็นพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นพรรคมัชฌิมาธิปไตย สะท้อนการแตกตัวภายในพรรคไทยรักไทยเดิม

แต่การเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนก็ได้ชัยชนะ

พรรคพลังประชาชนยังได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เหนือกว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน เหนือกว่าพรรคมัชฌิมาธิปไตย

สามารถผลักดัน นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อ นายสมัคร สุนทรเวช ประสบมรสุมจากศาลรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนยังสามารถผลักดัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ต่อเมื่อมีการยุบพรรคพลังประชาชนนั้นหรอกจึงซวดเซอีกคำรบ 1

หลังสถานการณ์ยุบพรรคพลังประชาชนก่อให้เกิดการแยกตัวอีกครั้งเมื่อกลุ่มของ นายเนวิน ชิดชอบ ออกไปให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

กลุ่มนี้ต่อมาก็คือ พรรคภูมิใจไทย

แม้นับจากเดือนธันวาคม 2551 อำนาจทางการเมืองจะอยู่ในมือของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย

เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบก็มีการจัดตั้งพรรคเพื่อไทยขึ้น บทบาทและความหมายก็คือ พรรคเพื่อไทยเป็นอวตารของพรรคพลังประชาชน ขณะที่พรรคพลังประชาชนเป็นอวตารของพรรคไทยรักไทย

พอเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยก็ชนะ

ที่มองและประเมินว่าการหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของขบวนการทางการเมืองจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจบที่พรรคเพื่อไทย

จึงท้าทายว่าจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด

ในเมื่อไม่ว่ารัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ก็ยังไม่พังทลาย แล้วเมื่อประสบเข้ากับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะพังทลายหรือไม่

ยังต้องรอพิสูจน์ผ่านกระบวนการ “เลือกตั้ง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน