คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
จบ “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร”แล้วไม่จำเป็นต้องรอนาน
ด้านหนึ่ง เราสัมผัสได้ในการ“คิดบัญชี” ไม่ว่าจะเป็นการแถลงของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการของ กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกรมศิลปากร
เล่นงาน “แกนนำ” เล่นงาน “หมุดคณะราษฎร”
เป้าหมายก็เพื่อจะทำให้บรรดา “แกนนำ” ตระหนักว่าเมื่อลงมือเคลื่อนไหวก็ต้องเจอคดีความต่อเนื่อง ทำให้ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้โดยสะดวก ราบรื่น
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็ตามมาด้วยปรากฏการณ์ 24 กันยายน
จาก “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” กับ 24 กันยายน เหมือนเป็นคนละเรื่อง
แต่ที่ไม่ควรละเลยก็คือ ในวันพฤหสบดีที่ 24 กันยายน ในที่ประชุมรัฐสภาจะมีการพิจารณาญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ฝ่ายต่างๆเสนอ
นี่ย่อมสอดรับกับ “ข้อเรียกร้อง” ในทางการเมือง
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 1 ในข้อเรียกร้องของ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ก็คือ ยกร่างและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย
ตรงนี้แหละคือแก่นแกนแห่ง “ทวงอำนาจ คืนราษฎร”
ปมเงื่อนอยู่ที่ว่า ส.ส.จะตัดสินใจอย่างไร และ ส.ว.จะตัดสินใจอย่างไร
โดยมูลฐานจากกฎกติกาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับการยินยอมจากเสียงส่วนใหญ่ และจาก 250 ส.ว.
นี่จึงเป็นคำถามโดยตรงไปยัง “รัฐบาล”
เป็นคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคำถามถึง 250 ส.ว. เป็นคำถามถึงพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
มติจากที่ประชุมรัฐสภาจึงทรงความหมาย
คําถามจึงมิได้อยู่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ แต่ยังอยู่ที่ว่าเห็นชอบให้แก้อย่างไร
มติจากที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 กันยายน จึงเป็นมติอันชี้อนาคตในทางการเมืองทั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
และทั้งของ “ประชาธิปไตย” อย่างแท้จริงด้วย