หากมองในรูป “คดีความ” กรณีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น “คดีความ” ที่แปลกอย่างประหลาด

ไม่ว่าจะมองจาก “เชอร์ล็อก โฮล์ม” ไม่ว่าจะมองจาก “ปัวโรต์”

ล้วนมากด้วยความพิศวงงงงวย มิใช่งงงวยในด้านที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง

เข้มงวดในลักษณะที่ใช้กฎหมาย “เต็มร้อย”

หากที่สำคัญก็คือ บรรดาญาติสนิท มิตรสหาย ในด้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับเกิดสภาพโล่งอก โล่งใจกับการหายตัวไปและไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหนและมีความสุขดีหรือไม่

แม้กระทั่งสามีก็ไม่ได้ไป “แจ้งความ” ตามหา

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวจาก นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นพี่ชายผ่านทางด้านสื่อโซเชี่ยล แทนที่จะโพสต์ข้อความทวงถามคำตอบจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง

กลับยกถ้อยคำของ “มองแต็สกีเยอ”

ยิ่งกว่านั้น ยังไม่ยอมบอกด้วยว่า ที่เขาลือกันว่าบินจากกัมพูชาไปสิงคโปร์และบินจากสิงคโปร์ไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นเป็นจริงหรือไม่

ตรงกันข้าม ถ้อยคำ “มองแต็สกีเยอ” ก็เป็นเรื่อง “กฎหมาย”

ความสงสัยที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปและหลบหนีไปอยู่ที่ใดกันแน่ก็ยังเป็นความสงสัยแคลงคลาง กังขา

ไม่ว่าจะเป็น “ตำรวจ” ไม่ว่าจะเป็น “ชาวบ้าน”

กล่าวสำหรับบรรดา “กองแช่ง” และ “กองเชียร์” ในกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นับแต่การหายตัวไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ก็แทบไม่เปลี่ยนแปลง

ที่เคยแช่งก็ยังแช่งต่อไป ที่เคยเชียร์ก็ยังเชียร์ต่อไป

ปฏิกิริยานี้เสมอต้นเสมอปลายอย่างยิ่ง เหมือนกับอารมณ์และความรู้สึกที่เคยมีต่อ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างไร ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เป็นอย่างนั้น

ไม่ทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น ไม่ทำให้คะแนนลดลง

ใครที่เชื่อว่า การหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะทำให้พรรคเพื่อไทยแย่ลง หรือจะทำให้พรรคเพื่อไทยดีขึ้นก็ไม่ใช่

หากมี “เลือกตั้ง” เมื่อใด ผลก็จะเป็นเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ถ้ายึดเอาท่าทีและมาตรการต่างๆ ของ คสช.และรัฐบาลเป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบแนวโน้มและการแปรเปลี่ยนในทางการเมือง

ก็ต้องยอมรับว่ายังหวาดๆ พรรคเพื่อไทยอยู่

เห็นได้จากไม่ยอมปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองได้จัดกิจกรรม เห็นได้จากไม่ยอมกำหนดวาระที่แจ่มชัดในเรื่องการเลือกตั้ง

เพราะรู้อยู่ว่าเลือกตั้งเมื่อใดก็แพ้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน