ความน่ามหัศจรรย์ที่คสช.สามารถดำรงอำนาจทางการเมืองยาวนานจากเดือนพฤษภาคม 2557 มาถึงเดือนกันยายน 2560 กำลังเริ่มมีปัญหา
เป็น “ปัญหา” อันมาพร้อมกับ “คำถาม”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำถามต่อการปฏิบัติตาม “โรดแม็ป” ที่ว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปลายปี 2561 มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
แม้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย จะยืนยันในความเป็นไปได้
แต่ดูเหมือนว่า “กระแส” ที่ดำรงอยู่ภายในแวดวงการเมือง เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างริบหรี่และลดน้อยลงเป็นลำดับ
ความสงสัยนี้อาจกลายเป็นปัญหาต่อคสช.ในที่สุด
ภายในสมาชิกของ “แม่น้ำ 5 สาย” มีความรู้สึก “ร่วม” ที่แม้จะมิได้แถลงหรือประกาศออกมาอย่างเด่นชัด แต่ปรากฏออกมาในเบื้องต้นว่า
ไม่ต้องการให้มี “การเลือกตั้ง” เร็วนัก
ความเชื่อเช่นนี้เคยได้รับการยืนยันจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำในที่ประชุมสปช.เมื่อเดือนกันยายน 2558 ว่า
“เขาอยากอยู่ยาว”
ยาวจากปี 2557 มายังปี 2558 มายังปี 2559 มายังปี 2560 และเริ่มไม่แน่นอนเสียแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในปลายปี 2561 หรือไม่
หากปี 2561 ไม่เกิดขึ้นก็ไม่แน่ว่าจะเป็นปี 2562
รูปธรรม 1 อันสะท้อนความปรารถนาของคสช.และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนภายใน “แม่น้ำ 5 สาย” อาจสัมผัสได้จากการนำร่องด้วยคำทำนายจาก “ฤๅษีเกวาลัน”
ฤๅษีจากเทือกเขาหิมาลัยนั่นเองที่ยืนยันเป็นระยะๆ
ตอนที่ยืนยันภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่า คสช.จะบริหารราชการแผ่นดินไปจนครบ 4 ปี หลายคนอาจจะไม่เชื่อ
เพราะเห็นคำร้อง 1 ในบทเพลงคืนความสุขว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน”
แต่เมื่อผ่านจากเดือนพฤษภาคม 2557 เข้าเดือนพฤษภาคม 2558 เข้าเดือนพฤษภาคม 2559 เข้าเดือนพฤษภาคม 2560
ตัว “น.” ที่มากับ “อเวลาอีกไม่นาน” ก็กลายเป็น “นานนนนนนน”
ความเชื่อที่ว่าคสช.จะอยู่ไปเรื่อยๆ อาจสอดรับกับความต้องการลึกๆ ของคสช. แต่ก็กลายเป็นปริศนาให้กับชาวบ้านมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
หากเวลาที่ว่ามาพร้อมกับ “ความสำเร็จ”
โดยเฉพาะความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาและยกระดับทางเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ อุ่นหนาฝาคั่งด้วยเงินในกระเป๋า จับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบาย จะอยู่นานเพียงใดคนก็ชอบ
แต่ถ้าเป็นตรงกันข้ามก็จะกลายเป็นหนังคนละม้วนโดยพลัน