การออกโรงตั้งคำถามพร้อมกับยกป้ายของนักศึกษาปี 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งคำถามต่อกรณีการตายเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

ต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสมอเป็นเพียงตัวอย่าง 1

ตัวอย่าง 1 ซึ่งสะท้อนว่า พวกเขาอาจจะยังไม่กล้า “แตะต้อง” ไปยังบรรดาคนที่ถือปืนร้ายแรงสาดกระสุนเข้าใส่ประชาชนซึ่งมีแต่ 2 มือเปล่า

จึงต้องวนเวียนอยู่โดยรอบตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่หากที่ปี่กลองแห่งการเลือกตั้งย่างสามขุมเข้ามาเมื่อใด คำถามนี้จะมิได้จำกัดแต่เพียงในมหาวิทยาลัย หากแต่จะขยายไปในทุกพื้นที่ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหยียบเท้าเข้าไป

“การเลือกตั้ง” นั่นแหละจะเบิกสถานการณ์ใหม่

คิดหรือว่าความข้องใจต่อการตายจำนวนกว่า 90 ศพในสถานการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จะจำกัดแต่เฉพาะ “นักการเมือง”

นักการเมืองอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ใครดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใครดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ใครอยู่ในกลุ่ม 5 เสือแห่งกองทัพบก

ล้วนถูกดูดเข้าไปอยู่ภายในแสงแห่งสปอตไลต์

การใช้เทคนิคอาจก่อให้เกิดอภินิหารในทางกฎหมายได้ระดับหนึ่ง แต่นั่นมิได้หมายความว่าจะหลงลืมภาพอันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นและได้รับการบันทึกเอาไว้

“การเลือกตั้ง” นั่นแหละจะเบิกสถานการณ์ใหม่

พรรคประชาธิปัตย์อาจสามารถเคลื่อนไหวในหลายจังหวัดภาคใต้และในกรุงเทพมหานครได้อย่างคล่องใจ ปราดเปรียว เป็นพิเศษ

แต่นั่นมิได้หมายถึงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะเดียวกัน นั่นมิได้หมายถึงพื้นที่ในภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างแน่นอน

คราวนี้จะไม่จำกัดเพียงการยกป้าย หากแต่อาจจะมากกว่านั้น

คนที่ญาติพี่น้องของเขาถูกยิงเลือดสาดกระจาย ย่อมไม่สามารถปล่อยให้เรื่องราวผ่านเลยไปราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

“การเลือกตั้ง” นั่นแหละจะเบิกสถานการณ์ใหม่

ไม่ว่าบรรดาผู้นำคสช.จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชูประเด็นใดในกระบวนการของการเลือกตั้ง

แต่ “รัฐประหาร” จะกลายเป็น “เรื่องร้อน”

ร้อนเช่นเดียวกับสถานการณ์การสลายการชุมนุมอันส่งผลให้ตายเกือบ 100 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 คนในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

ผล “การเลือกตั้ง” นั่นแหละจะเป็น “คำตอบ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน