คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

รหัสนัย การเมือง – ทําท่าว่าการปราศรัยพลางดู “สมาร์ตโฟน” พลางจะกลายเป็น “ประเด็น”

เพราะนี่คือตัวอย่างอันได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะจาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ไม่ว่าจะจาก นายสิระ เจนจาคะ ต่างหยิบยกขึ้นมาเป็น “ตัวอย่าง”

ในการโจมตี เปิดโปง เยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา

นี่คือตัวอย่าง นี่คือการค้นพบอย่างมีนัยสำคัญว่า บรรดานักปราศรัยของเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ล้วนถูกบงการ ชี้นำผ่านข้อความใน “สมาร์ตโฟน”

คล้ายกับที่เคยเป็น “จุดแข็ง” กลับกลายเป็น “จุดอ่อน”

ไม่ว่า ฟอร์ด ทัตเทพ ไม่ว่า เพนกวิน พริษฐ์ ไม่ว่า รุ้ง ปนัสยา ล้วนเป็นเช่นนี้

ภาพที่ติดตาสังคมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเมื่อปราศรัยบนเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ว่าเมื่อปราศรัยบนเวทีที่ท้องสนามหลวง ล้วนมี “สมาร์ตโฟน” อยู่ในมือ

เท่ากับเป็นการยืนยันความเชื่อของหลายคนในพรรคพลังประชารัฐ

ที่สื่อของจีนระบุว่า เยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ได้รับการบงการจากองค์การต่างประเทศ ได้รับการสั่งการจากนักการเมืองบางพรรค บางคณะ

น่าสนใจก็ตรงที่เป็นการบงการผ่าน “สมาร์ตโฟน”

จริงละหรือที่ “ทักษิณ” หรือ “ธนาธร” ติดต่อผ่านข้อความใน “สมาร์ตโฟน”

เมื่อคนระดับประธานวิปรัฐบาลอย่าง นายวิรัช รัตนเศรษฐ เมื่อคนระดับประธานกรรมาธิการกฎหมายอย่าง นายสิระ เจนจาคะ ออกมายืนยัน

สังคมก็เริ่มจะคล้อยตามไปกับความเชื่ออย่างนั้น

คำถามก็คือ เมื่อมีการบงการแบบนี้ เมื่อมีการ ส่งท่อน้ำเลี้ยงอย่างโจ๋งครึ่มเช่นนี้ เหตุใดกลไกข่าว กรองของอำนาจรัฐจึงไม่สามารถลากไส้ออกมา ให้เห็น

ไม่ว่าตำรวจ ไม่ว่าทหาร เหตุใดจึงยังยั้งมือ อยู่เล่า

น่าแปลกที่ต่อข้อกล่าวหานี้ บรรดา “เยาวชน” กลับหัวร่อกันงอหาย

เนื่องจาก “สมาร์ตโฟน” เป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของพวกเขา เนื่องจากการสื่อก็เป็นเรื่องของพวกเขาที่กระทำกันอยู่อย่างเป็นประจำ

เป็นบรรดา “ผู้ใหญ่” ต่างหากที่ไม่รู้ และ ไม่เข้าใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน