คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ประเด็น การเมือง – บทบาท นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา กำลังได้รับความสนใจ
หลังแปรข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์ให้จัดตั้ง “คณะกรรมการสมานฉันท์” ไปสู่กระบวนการปฏิบัติที่เป็นจริงและค่อยเป็นรูปเป็นร่างจากฝีมือสถาบันพระปกเกล้า
โดยเฉพาะเทียบเชิญไปยัง “อดีต” นายกรัฐมนตรี
พลันที่ นายอานันท์ ปันยารชุน ตอบรับ พลันที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตอบรับ พลันที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบรับ สีสันของ “คณะกรรมการสมานฉันท์” ก็เริ่มกาววาว
ทั้งหมดนี้หมายถึง “บารมี” อันเปล่งจาก นายชวน หลีกภัย
หากมิใช่เทียบเชิญซึ่งมาจาก นายชวน หลีกภัย จะมีความหมายเพียงนี้หรือ
ต้องยอมรับว่า นายชวน หลีกภัย มิได้เป็นประธานรัฐสภาอย่างสามัญธรรมดา ตรงกันข้าม นายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภาอันมีรากฐานมาจาก “นายกรัฐมนตรี”
ทั้งยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 รอบ
ทั้งรากฐานการเป็น ส.ส.ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2512 ต่อเนื่องมาจนการเลือกตั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ไม่เคยสอบตกเป็น ส.ส.อย่างยาวนาน
แม้กระทั่ง นายอานันท์ ปันยารชุน ก็ต้องยกนิ้วให้
ปัจจัยอะไรทำให้ “คณะกรรมการสมานฉันท์” กลายเป็นที่สนใจในสังคมไทย
คำตอบ 1 อาจมาจากความเห็นร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ บนพื้นฐานความคิดอันเป็นอีก คำตอบ 1 ว่าปัญหาได้ลุกลามจนอาจกลายเป็น “วิกฤต”
ในที่สุด บรรดา “อดีต” นายกรัฐมนตรีก็ขานรับให้ความร่วมมือ
ให้ความร่วมมือในการใช้โครงสร้างของ “คณะกรรมการ” เพื่อชำระสะสางและค้นหาว่า “ปัญหา” อันอาจกลายเป็น “วิกฤต” นั้นมีรากเหง้าและเกิดขึ้น ได้อย่างไร
เพื่อจัดทำเป็น “ ข้อเสนอ” เพื่อชักฟืนออกจากกองไฟ
จากนี้สายตาทุกสายตาก็ทอดมองไปยัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจุดเดียว
เป็นการทอดมองพร้อมกับคำถามว่า เหตุปัจจัยปัญหาจึงมิได้รับการสะสางหรือแก้ไขผ่านความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยฝีมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หรือเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นแหละคือปัญหา