คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
แผ่วลง แผ่วลง ของ เยาวชนปลดแอก – การชุมนุมวันที่ 18 พฤศจิกายน ณ ราชประสงค์ จะเป็น“คำตอบ”
ไม่เพียงแต่เป็นคำตอบจากสถานการณ์การชุมนุม ณ บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน อันมีการฉีดน้ำผสมสารเคมี แก๊สน้ำตาและแจกจ่ายกระสุนยางเท่านั้น
หากแต่ยังเป็นคำตอบว่าม็อบแผ่วลง แผ่วลงจริงหรือไม่
สถานการณ์ในวันที่ 18 พฤศจิกายน จึงเป็นสถานการณ์ทำนองเดียวกันจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุม ณ แยกปทุมวัน เมื่อตอนค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม
สัมผัสได้จากห้าแยกลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ลักษณะอันเหนือความคาดหมายของ“ม็อบ” ที่ต่อเนื่องตลอด 3 เดือนคืออะไร
คือการดำรงอยู่ของ“ม็อบ”โดยไม่จำเป็นต้องมี“แกนนำ”เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกาลอดีต ไม่ว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าเมื่อก่อนรัฐประหาร 2557
เมื่อไม่มี“แกนนำ”การจับกุมจึงแทบไม่มีความหมาย
เห็นได้จากเมื่อมีการจับกุม นายอานนท์ นำภา จับกุม นายภาณุพงศ์ จาดนอก จับกุม นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ การชุมนุมก็ยังดำเนินไปเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น
ทั้งยังเป็นการชุมนุมระดับเบิ้มเบิ้มอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนกรกฎาคม ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนพฤศจิกายน
การขับเคลื่อนของม็อบก็ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัด เหนือ กลาง ตก ออก ใต้
ก็ประสาน“ข้อเรียกร้อง”อย่างเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นหยุดคุกคามประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องต้องการ “รัฐธรรมนูญ” ใหม่
ยิ่งชุมนุม เสียงเรียกร้องยิ่งดังกึกก้อง
รายงานที่ว่าม็อบแผ่วลง ม็อบกำลังหาทางลงเพื่อที่จะเลิกจึงเป็นคำปลอบใจ
เป็นคำปลอบใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการได้ยิน เป็นคำปลอบใจเพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามอย่างรุนแรง
รู้ทั้งรู้ว่าแทนที่จะยุติ กลับเติบใหญ่ ยกระดับ