คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

คำถาม คมแหลม – นปช.เชียงใหม่ตีลงไปในจุดอันร้อนแรงที่สุดสำหรับ นายจตุพร พรหมพันธุ์

ต้องยอมรับว่าภายหลังจากยุคของ นายวีรกานต์ มุสิกพงศ์ แล้ว ตำแหน่งประธานนปช.เป็นของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ อย่างต่อเนื่อง

อาจถูกขัดตาทัพอย่างสั้นๆ โดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ

แต่ก็เป็นความจำเป็นเนื่องจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ถูกจำขัง แต่เมื่อพ้นจากการถูกจำขัง นางธิดา ถาวรเศรษฐ ก็สละตำแหน่งให้กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์

กระนั้น ในความร้อนแรงนี้ก็มีปัญหา ให้ต้องขบคิด

จําเป็นต้องขบคิดต่อการดำรงอยู่ของ “นปช.” ในสถานะอันเป็นองค์กรทางการเมือง

แม้ว่านปช.จะมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 และต่อเนื่องมายังการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหาร 2557

แต่งานสุดท้ายคือการต่อต้านการทำ “ประชามติ” เมื่อปี 2559

หลังจากนั้นบทบาทของนปช.ในฐานะองค์กรก็แทบจะหยุดนิ่ง ยิ่งในห้วงแห่งการเลือกตั้งบรรดานปช. ก็กลายเป็นแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอไปตามแต่ละพรรคการเมือง

ไม่ว่าจะเพื่อไทย ไม่ว่าจะไทยรักษาชาติ ไม่ว่า จะเพื่อชาติ

ต้องยอมรับว่านปช.ในรูปของ “องค์กร” มิได้ดำรงอยู่อย่างมี “กัมมันตะ” อย่างเพียงพอ

กิจกรรมที่เคยเฟื่องฟูในยุคของ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นั่นคือการจัดอบรมทางการเมืองโดยมี นายนิสิต สินธุไพร เป็นผู้อำนวยการ ก็หมดบทบาทไปโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงการประชุมเพื่อปรับโครงสร้าง

ตำแหน่งประธานของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จึงเป็น ตำแหน่งติดกับตัว เช่นเดียวกับตำแหน่งเลขาธิการของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็เป็นตำแหน่งติดกับตัว

ไม่มีการประชุม ไม่มีการเลือกตั้งตามแบบแผน

การตั้งคำถามต่อสถานะและการดำรงอยู่ในตำแหน่ง “ประธาน” จึงตีเข้าตรงเป้า

เป็นคำถามไม่เพียงแต่รากฐานและการได้มาซึ่งตำแหน่ง หากแต่ยังเป็นคำถามถึงความเหมาะสมที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้มาในสถานะของ “ประธาน”

สะท้อนว่าความขัดแย้งภายในรุนแรงและแหลมคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน