คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เลือกตั้ง ท้องถิ่น – จังหวะก้าวของพรรคเพื่อไทยต่อการเลือกตั้ง นายกอบจ.มีความสำคัญ
สำคัญถึงกับมีการจัดประชุมในลักษณะแห่ง “ฟอรั่ม” ในทางความคิด เชิญ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เชิญ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ มาเป็นวิทยากร
ไม่เพียงแต่เป็นเรื่อง “ท้องถิ่น” หากยังเน้นไปยัง “จังหวะก้าว”
เป็นจังหวะก้าวที่พรรคเพื่อไทยจะขยับเข้าไปยังการเลือกตั้งในระดับ “ท้องถิ่น” อย่างมีแผนอย่างมีระบบมากยิ่งกว่าที่เคยกระทำในยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
เป้าหมายอยู่ที่ “รัฐราชการรวมศูนย์” อย่างแน่วแน่
จะศึกษาพรรคเพื่อไทยต้องทำความเข้าใจต่อพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
พรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นจากสมองก้อนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร สะสมบทเรียนและความล้มเหลวจากที่เคยร่วมกับพรรคพลังธรรมระยะสั้นๆ
จึงดำเนินไปในลักษณะผสมผสานในทางการเมือง
ทางหนึ่ง เสนอหลักการคิดนอกกรอบภายใต้สโลแกน “คิดใหม่ ทำใหม่” ขณะเดียวกัน ทางหนึ่ง ก็มิได้พึ่งแต่คนหน้าใหม่หากแต่ยังดึงคนหน้าเก่าอย่าง นายเสนาะ เทียนทอง เข้ามา
แต่จุดเด่นเป็นอย่างมากคือ การขาย “นโยบาย”
ถามว่าอะไรคือจุดเด่นและเป็นจุดแข็งอันทำให้พรรคไทยรักไทยได้ชัยชนะ
ตอบได้เลยว่า คือการชู “นโยบาย” ในการสร้าง ความนิยม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ไม่ว่าจะเป็นโครงการกองทุนหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการพักการชำระหนี้
ที่สำคัญก็คือ การปฏิบัติตาม “นโยบาย”
อาจกล่าวได้ว่าเมื่อเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่แปรนามธรรม แห่งนโยบายให้กลายเป็นรูปธรรมทางการปฏิบัติ
นี่คือผลงานอันต่อเนื่องมายังพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
การเน้น “นโยบาย” ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นคือการขยายจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย
เป็นจุดแข็งที่พรรคเพื่อไทยสืบทอดมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เพียงแต่เน้นลง ไปยังการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นเท่านั้น
วันที่ 20 ธันวาคมจะพิสูจน์ว่าแนวทางนี้สำเร็จหรือไม่ แค่ไหน