คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
อำนาจ ปะทะ หลังเลือกตั้ง – ไม่ว่าผลของการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม นี้จะออกมาอย่างไร
อิทธิพลของ“บ้านใหญ่”ในแต่ละจังหวัดจะยังครองพื้นที่อยู่ หรือว่ามีการเบียดแทรกเข้าไปของคนหน้าใหม่ด้วยจำนวนอันเป็นกลุ่มเป็นก้อน
แต่จุดร่วมอย่างสำคัญของ 2 กลุ่มทางการเมืองนี้ก็ไม่ควรมองข้าม
เพราะไม่ว่าคนซึ่งเป็นตัวแทนของ“บ้านใหญ่” เพราะไม่ว่าคนซึ่งเป็นตัวแทนจากหน้าใหม่ในทาง การเมืองล้วนผ่านการเลือกมาจากประชาชนทั้งสิ้น
พวกเขาล้วนมาจาก“ประชาชน” พวกเขาล้วนมาจาก “การเลือกตั้ง”
ถามว่าปราการด่านแรกที่นายกอบจ.จะต้องเผชิญประสบในทางการบริหารคืออะไร
คำตอบที่แจ่มชัดอย่างที่สุดก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการแต่ละส่วนอันล้วนยึดโยงอยู่กับอำนาจจากส่วนกลาง คือ ในกรุงเทพ มหานคร
จุดแข็งก็คือ เขาได้อำนาจจาก“ส่วนกลาง”
ขณะเดียวกัน จุดอ่อนอย่างมีนัยสำคัญก็คือเขา ได้รับ “การแต่งตั้ง”มาตามระบบของราชการ ขณะที่ นายกอบจ.มีจุดแข็งอย่างเป็นพิเศษ คือได้อำนาจมาจาก“การเลือกตั้ง”
นี่ย่อมเป็นการปะทะระหว่าง 2 อำนาจอันมากด้วยความแหลมคม
อํานาจ 1 มาจาก “การแต่งตั้ง” จากส่วนกลาง อำนาจ 1 มาจาก“การเลือกตั้ง”ของประชาชน
อำนาจของนายกอบจ.จึงมิได้อยู่ที่ได้รับการเลือกโดยตรงมาจากประชาชน หากที่สำคัญสมาชิกสภาอบจ.อันเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็มาจากการเลือกของประชาชน
จึงเป็นอำนาจโดยตรงของประชาชนทั้งบริหารและนิติบัญญัติ
จึงเป็นเรื่องแปลกที่หากนายกอบจ.อันมาจากการเลือกของประชาชนจะมีอำนาจน้อยกว่าหรือต่ำกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้าส่วนราชการอันมาจาก“การแต่งตั้ง”
การปะทะตรงนี้เองคือบทตรวจสอบ“ประชา ธิปไตย”อย่างแหลมคมยิ่ง
ใครที่เคยคาดหมายว่า ถึงเลือกตั้งอย่างไรก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจต้องคิดใหม่
แม้โครงครอบจาก“รัฐราชการรวมศูนย์” ผ่านอำนาจรัฐส่วนกลาง ผ่านโครงสร้างของผู้ว่าราชการจังหวัดและแต่ละส่วนราชการยังแข็งแกร่ง
แต่ความแข็งแกร่งนี้ก็กำลังถูกท้าทายจากอำนาจของประชาชน