คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ปา ทะลุ เป้า – ไม่ว่าจะมองผ่านฉายา “สภาปรสิต” ไม่ว่าจะมองผ่านฉายา “หัวตอ รอออเดอร์”
ต้องยอมรับว่า ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา อ่านกระบวนการของวุฒิสภาได้ทะลุปรุโปร่ง ไม่เพียงแต่ต่อรากฐานความเป็นมา วิถีดำเนินและความเป็นไป
ความเป็นไปนับแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา
ไม่เพียงเป็นการตบไปบนใบหน้าอันเปี่ยมด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิของ 250 ส.ว. หากแต่ยังกระหน่ำไปบนใบหน้าอันมากด้วยอำนาจของผู้แต่งตั้ง
รับไปเน็ต เน็ต ไม่มีละเว้นแม้แต่รายเดียว
คําถามอันเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางนับแต่เดือนเมษายน 2560 เป็นเอกภาพ
ที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สรุปในที่ประชุมของพรรคพลังประชารัฐว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” ถือได้ว่ายอดเยี่ยมอย่างสูงยิ่ง
สะท้อนทั้งความจัดเจน บ่งบอกถึง “ความเขี้ยว”
เพราะในขณะที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงอย่างเหน็ดเหนื่อย ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่ตระเวนไปทั่วประเทศ เพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขยับลายเซ็นแกร๊กเดียว
ก็ได้ 250 เสียงมาเป็นฐานค้ำยัน “อำนาจ” ทางการเมือง
จากเดือนมีนาคม 2562 กระทั่งมาถึงเดือนธันวาคม 2563 เป็นอย่างไร
ผลงานอันเด่นชัดและอึกทึกครึกโครมเป็นอย่างยิ่งก็คือ ผลงานการยกมือ 249 และขานชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมิถุนายน 2562
ที่ขาดไป 1 คือเสียงของ “หัวตอ รอออเดอร์”
จากนั้น 250 ส.ว.ก็เล่นบทค้ำจุนบัลลังก์แห่งอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยไม่สนต่อ 4 ไม่สนต่อ 8
“ออเดอร์” มาอย่างไร ก็พร้อมจะเป็น “ฝักถั่ว”
จึงไม่เพียงแต่อำนาจในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงอยู่ต่อไป
หากประการสำคัญเป็นอย่างมากอำนาจของ 250 ส.ว.ก็ยังดำเนินไปในแบบ “สภาปรสิต” ที่อยู่ในท่วงท่าอาการแห่งการ “หัวตอ รอออเดอร์” อย่างขึงขังและมั่นคง
นี่คือ สภาฝักถั่ว นี่คือสภาแห่งการสนองต่ออำนาจสถานเดียว