คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
การเมือง บังคับ – ความเรียกร้องต้องการในการปรับ “ปฏิรูป” พรรคเพื่อไทยทรงความหมายในทางการเมือง
ทรงความหมาย 1 เพราะว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันต่อยอดและสืบทอดมาจากความสำเร็จของพรรคไทยรักไทย ประสานกับของพรรคพลังประชาชน
ซึ่งล้วนเป็นพรรคที่กำชัยชนะในการเลือกตั้งมาแล้ว
ทรงความหมาย 1 เพราะว่าในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 แม้พรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งเหมือนกับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้จัดตั้ง “รัฐบาล”
มูลเหตุอันทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งและเป็นรัฐบาลเกิดขึ้นได้อย่างไร
มูลเหตุพื้นฐานอย่างที่สุดก็เนื่องมาจากกฎกติกาอันกำหนดผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ต้องการสืบทอด อำนาจของคสช. ต้องการกีดกันพรรคเพื่อไทยออกไปจากวงจร
ไม่ว่าจะโดยกระบวนการเลือกตั้งไม่ว่าจะโดย 250 ส.ว.
แม้พรรคเพื่อไทยจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการเมืองโดยการยกบทบาทนำให้กับพรรคอนาคตใหม่ให้กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
นี่คือโจทย์ นี่คือการบ้านทางการเมืองที่สำคัญ
พรรคเพื่อไทยภายหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 จึงเริ่มมีการปรับตัว
การปรับตัวอย่างหนึ่งเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงภายในของพรรคโดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค การยุบเลิกตำแหน่งประธานกรรมการยุทธ ศาสตร์พรรค
ผลก็คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคณะยื่นใบลาออกไป
การปรับตัวภายหลังการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคคนใหม่ คือความพยายามที่จะ“ปฏิรูป”ด้วยการนำเอาองค์ประกอบอันเป็น“คนรุ่นใหม่”เข้ามาสร้างความแข็งแกร่ง
ในส่วนนี้พรรคเพื่อไทยอาจจะยัง “คิด” แต่มิได้ลงมืออย่างเป็นจริง
หากดูจากจังหวะก้าวแห่งการขยับและขับเคลื่อนของพรรคเพื่อไทย
มั่นใจได้ว่าในที่สุดกลุ่ม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็จะจัดตั้งพรรคการเมืองของตนขึ้นมา ขณะที่ภายในพรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องปรับและปฏิรูป อย่างขนานใหญ่
เป้าหมายก็เพื่อรักษาสถานะแห่งความเป็นพรรคอันดับ 1 ให้คงอยู่