การออกโรงมาพูดถึง “อุปสรรค” อันอาจทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งต้อง “เลื่อน” ออกไปอีกจาก นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. เป็นเรื่องที่สังคมสามารถเข้าใจได้

1 เข้าใจในตัวตนของ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์

เขาก็เป็น “นักลากตั้ง” ในไฟลัมเดียวกันกับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสนช.และอยู่ในสปท.ย่อมอ่านความต้องการของคสช.ได้ทะลุปรุโปร่ง

ทะลุปรุโปร่งมากกว่าความต้องการของ “ประชาชน”

ขณะเดียวกัน 1 เมื่อมีความเข้าใจก็ย่อมพร้อมที่จะสนองโดยไม่ต้องมี “คำสั่ง” เพราะสามารถยิ้มเห็นแก้ม แย้มเห็นไรฟันอยู่แล้ว

เมื่อเข้าใจก็ตามมาด้วยความเห็นใจ

ไม่มี “นักลากตั้ง” ที่ไหนที่ปรารถนาเห็น “การเลือกตั้ง” เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ย่อมต้องการลากให้ยาวนานออกไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เพราะฤดูกาลแห่ง “การเลือกตั้ง” หมายถึงการสิ้นสุด

พลันที่การเลือกตั้งเริ่มขึ้นนั่นหมายถึงโอกาสที่ “ประชาชน” จะได้ใช้ “อำนาจ” ของตนในการเลือกตัวแทนของพวกเขาเข้ามาแทนที่

แทนที่บรรดา “นักลากตั้ง” ทั้งหลาย

การลากยาว “โรดแม็ป” ให้เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก เลื่อนเรื่อยไป จึงเป็นความปรารถนาอย่างแท้จริงของบรรดา “นักลากตั้ง”

เพราะเท่ากับเป็นการต่อลมหายใจแห่ง “อำนาจ”

เรื่องอย่างนี้อย่าว่าแต่นักเลือกตั้งอย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ จะอ่านแจ้งแทงทะลุเลย

นักการเมืองอย่าง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็เข้าใจ

ยิ่งรายของ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ยิ่งเข้าใจไม่ยากเพราะได้ลิ้มรส “นักลากตั้ง” ครั้งแรกก็จากการเป็น ส.ว.ในยุคที่พรรคชาติไทยเป็นรัฐบาล

การตัดสินใจของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ย่อมสัมพันธ์กับ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

จึงรู้ว่าธาตุแท้และความเป็นจริงของ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เป็นอย่างไร มีต้นทุนและเค้ามากน้อย เพียงใด

เรื่องตื้นๆ แค่นี้ “นักเลือกตั้ง” ล้วนอ่านไม่ยาก

ไม่ว่าชะตากรรมของ “ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล” จะดำเนินไปอย่างเดียวกันกับ “ปฏิญญา โตเกียว” หรือ “ปฏิญญา นิวยอร์ก” หรือไม่

อีกไม่นานก็น่าจะได้ “คำตอบ”

เพราะเมื่อร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ส่งผ่านจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ตะกอนอันนอนก้นอยู่ย่อม “เผยแสดง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน