คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ญัตติ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ – ความแหลมคมที่สุดภายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปอยู่ตรงไหน
มองในตัว “บุคคล” ย่อมอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทหัวหน้าคสช. ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละคือ”เป้าหมาย”
เป็นเป้าหมายที่ระบุออกมาว่า “ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ”
ไม่มีความเกรงใจ ไม่มีการให้เกียรติ
ลองสวมวิญญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่านจะเข้าใจในความรู้สึก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุลงไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เพียงแต่”ไร้ภูมิปัญญา” หากแต่ยัง”ไร้ความสามารถ”
ลองเปลี่ยนเป็นภาษา”ชาวบ้าน”จะยิ่งปวดแสบ ปวดร้อน
โดยเฉพาะความเคยชินของสังคมนับแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั่นก็คือท่านชอบสอนชาวบ้าน ชอบแสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ
ถึงขนาดยืนยัน “การบริหารประเทศไม่เห็นจะยากอะไร”
ความละเอียดอ่อนอย่างที่สุดขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายยกตัวอย่างอย่างไร
ลำพังที่เขียนว่า ปร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ก็เขียนกันไปได้ทั้งนั้นแหละ แต่ผู้อภิปรายจะยกตัวอย่างขึ้นมาอย่างไร
“ตัวอย่าง” นี่แหละคือปมเงื่อนที่ “สำคัญ”ในทางการเมือง
เพราะเท่ากับชี้และแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความไร้ภูมิปัญญาออกมาแบบไหน เมื่อใดและอย่างไร
ตัวอย่างนั่นแหละจึงจะทำให้มีภาพอันแจ่มชัด เป็นจริง
มั่นใจได้เลยว่าการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้สังคมจะให้ความสนใจติดตาม
เพราะว่าการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในห้วงหลังเดือนมีนาคม 2562 แตกต่างจากการบริหารในห้วงหลังเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นอย่างมาก
เพราะเป็นรัฐบาลที่มี”ผู้แทนราษฎร”ติดตาม ตรวจสอบและควบคุม