คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

กรรมการ “สมานฉันท์” – ถามว่าคณะกรรมการ “สมานฉันท์” อันมาจากมติของ “รัฐสภา” ไปถึงไหนแล้ว

อย่าไปถาม นายชวน หลีกภัย เป็นอันขาด เพราะขณะนี้ภาระหน้าที่ที่แบกรับอยู่คือจะทำอย่างไรให้การดำเนินญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเป็นไปอย่างราบรื่น

ไม่มีเวลาแม้แต่จะสนใจเรื่องการเลือกตั้ง “ซ่อม” ด้วยซ้ำ

 

เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยืนยันที่จะ ส่งคนลงสมัคร แม้ว่าจะมีความหงุดหงิดในน้ำเสียงดังมาจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แล้วอย่างนี้จะ “สมานฉันท์” กันได้อย่างไร

ในที่สุด คณะกรรมการ “สมานฉันท์” ก็ดำเนินไปเหมือนกับเป็น “พิธีกรรม”

เราอาจจะได้ยินเสียงของ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แว่วมาว่าต้องการส่งคนไปคุยกับพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล

แต่คำถามก็คือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เห็นด้วยหรือไม่

ตามความเป็นจริง งานของคณะกรรมการ “สมานฉันท์” จะเดินหน้าไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดหากไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้าน ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย

นี่คือสภาวะอับตันของคณะกรรมการ “สมานฉันท์”

คําถามก็คือ หากมีความสมานฉันท์จริงทำไมต้องมีความคิดเรื่องยุบพรรค

คนที่เล่นบทในการจัดการกับพรรคก้าวไกลในขณะนี้ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันกับที่เคยแสดงบทบาทอย่างแข็งขันที่จะจัดการบดขยี้พรรคอนาคตใหม่

ลองย้อนไปศึกษารากฐานความเป็นมาอย่าง ถ่องแท้

ก็จะสัมผัสได้ว่า กระบวนการที่คิดจัดการกับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนหรือแม้กระทั่งกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นกลุ่มเดียวกับที่จัดการพรรคอนาคตใหม่

เพียงแต่ ณ วันนี้กำลังพุ่งเป้าไปยังพรรค ก้าวไกลเท่านั้น

เป็นไปได้ว่า อนาคตของคณะกรรมการ “สมานฉันท์” คือไม่มีการสมานฉันท์

เหมือนกับที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนเดือนมีนาคม 2562 เคยแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้รับหน้าเสื่อในการปรองดองสมานฉันท์

แล้วก็ได้มาเพียง “น้องเกี่ยวก้อย” มาเป็น ตัวชูโรง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน