วิเคราะห์การเมือง
แม้ “นักการเมือง” จะอยู่ในความเงียบ แต่ภายในความเงียบนั้นก็แฝงไว้ด้วยความระทึกใจเป็นอย่างสูง แต่จังหวะก้าว 2 จังหวะก้าวสำคัญ
1 การปลดล็อกพรรคการเมือง
ขณะเดียวกัน 1 ภายในกระบวนการปลดล็อกพรรคการเมืองนั่นเท่ากับสัญญาณแห่ง “การเลือกตั้ง” มีความแจ่มชัด
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงได้
แม้จะพยายามยื้อจาก “ปฏิญญา โตเกียว” จาก “ปฏิญญา นิวยอร์ก” แม้กระทั่งความไม่แจ่มชัด ภายใต้ “ปฏิญญา ทำเนียบขาว”
แต่ในที่สุดก็มิอาจ “ยื้อ” เวลาได้อีก
ความพยายามในการ “ยื้อ” เพื่อทอดเวลาของ “การเลือกตั้ง” ให้ยาวนานออกไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ดำรงอยู่หรือไม่
ดำรงอยู่อย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีของสนช.คนสำคัญอย่าง นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีของสนช. คนสำคัญอย่าง นายสมชาย แสวงการ
สภาพการณ์เช่นนี้สามารถเข้าใจได้
เพราะการได้ตำแหน่งสนช.มาของสุภาพบุรุษเหล่านี้เป็นการได้มาจากอำนาจและบทบาทของรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงย่อมจะอยากดำรงอยู่อย่างยาวนานที่สุดเท่าที่จะนานได้
ภายใต้หลักการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”
กระนั้น หากมองจากความจัดเจนของเหล่านักการเมือง ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์
ล้วนรอได้ และรออย่างมั่นใจ
มั่นใจว่าถึงจะมีการยื้ออย่างสุดเรี่ยวสุดแรงเพียงใด แต่ก็ไม่น่าจะเกินไปจากปี 2562 ได้อย่างแน่นอน
เพราะผ่านรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มาแล้วเกือบ 5 ปี
ทุกอย่างจึงดำเนินไปเหมือนกับความเห็นของแกนนำสำคัญจากพรรคภูมิใจไทยซึ่งค่อนข้างเห็นใจกับคสช.มากยิ่งกว่าพรรคการเมืองใด
นั่นก็คือ หากไม่มีเลือกตั้งปี 2562 ก็ “ตัวใครตัวมัน”
นาทีนับจากเดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป จึงเป็นนาทีแห่งความระทึกใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง ไม่ว่าจะจาก “นักเลือกตั้ง” ไม่ว่าจะจาก “นักลากตั้ง”
“นักเลือกตั้ง” อาจรอด้วยความหวัง เปี่ยมสุข
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับ “นักลากตั้ง” ก็รอด้วยความหดหู่ เศร้าหมอง ระทมทุกข์ เพราะเวลาแห่งการเสวยสุขได้หดสั้นลงเป็นลำดับ
เมื่อ “การเลือกตั้ง” มาถึง เมื่อนั้นก็ต้อง “นับถอยหลัง”