คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
จับตา เพื่อไทย – หากมีการเลือกตั้งในปี 2566 พรรคการเมืองใดจะ “พร้อม” ที่สุด
หลายคนอาจมองไปยังพรรคพลังประชารัฐซึ่งไม่เพียงอยู่ในฐานะ “แกนนำ” รัฐบาล หากแต่ยังแกร่ง ด้วยพลังจาก “กลุ่ม 3 ป.” ที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
แวดล้อมโดยพลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แวดล้อมโดยพลังจาก “รัฐราชการรวมศูนย์” ไม่เพียงแต่จากกระทรวงมหาดไทยใต้เงา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หากแต่ยังแน่นปึ้กจากพลังของ“ผบ.เหล่าทัพ” ครบครัน
ยากยิ่งจะหาพรรคใดเหนือกว่า“พลังประชารัฐ”
กระนั้น การขยับขับเคลื่อนของ “พรรคเพื่อไทย” ก็มิอาจมองข้ามได้
รากฐานอันสำคัญและขายได้ตลอดกาลก็คือ พรรคเพื่อไทย คือความต่อเนื่องมาจากพรรคพลังประชาชน และที่สำคัญก็คือความสำเร็จของพรรคไทยรักไทย
ตรงนี้พะยี่ห้อ นายทักษิณ ชินวัตร เต็ม-เต็ม
จึงไม่แปลกที่เลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550 พรรค พลังประชาชนมาอันดับ 1 เลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยมาอันดับ 1
เลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 พรรคเพื่อไทยก็ยังครองชัยชนะ
การขยับขับเคลื่อนเพื่อ “ดิสรัปต์” ตนเองของพรรคเพื่อไทยสะท้อนอะไร
คำตอบเห็นได้จากคำประกาศที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งคนลงสมัครส.ส. 350 เขตทั่วประเทศ ยืนยันให้เห็นว่ายุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร
เพราะ 350 เขตเท่ากับจะไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
นั่นก็คือ พรรคเพื่อไทยวางน้ำหนักอยู่ที่ ส.ส.เขต ขณะเดียวกัน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็เป็นเรื่องของพรรคพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย
ความหมายก็คือ พรรคเพื่อไทยจะครอง “สภาผู้แทนราษฎร”
อาจมีเสียงโต้แย้งจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยว่าไม่มีทางเป็นไปได้
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายทักษิณ ชินวัตร สามารถสร้างสิ่งที่คิดว่า “เป็นไปไม่ได้” มาแล้วจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 และการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548
ทำไมพรรคเพื่อไทยจะทำไม่ได้ในปี 2566 อีกเล่า