ทั้งๆ ที่ไม่ว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ไม่ว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ซึ่งเป็นประธานและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ล้วนออกมาปฏิเสธ

ข่าวที่ว่าสนช.จะคว่ำ “กฎหมายลูก”

โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งเป็นกฎหมายท้ายสุดและมีความสำคัญสูงสุด

แต่ดูเหมือนว่ามีน้อยคนมากจะเชื่อ

จึงได้เกิดเป็นกระแส “ข่าวลือ” กระทั่ง พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสนช.ซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดอยู่กับคสช.ต้องมาปฏิเสธ

“เมื่อเป็นข่าวลือก็จะเชื่อทำไม”

แม้จะยอมรับกันว่า กรณีจะคว่ำ “กฎหมายลูก” เสมอเป็นเพียงข่าวปล่อยในลักษณะลือ แต่ข่าวลือนี้ก็ดำรงอยู่บนฐาน “ข้อมูล” อันมากด้วยความละเอียดอ่อน

ถามว่าความเชื่อที่ไม่มีการเลือกตั้งในปี 2561 มาจากอะไร

คำตอบที่พอจะหาได้จากการให้เหตุผลซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็วางน้ำหนักอยู่ที่สนช.

นั่นก็คือ สนช.จะลงมติ “คว่ำ”

ยิ่งเมื่อ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช.ที่มีบทบาทสำคัญในปีกพลเรือนออกมาตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดอุปสรรคในการร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.

ยิ่งทำให้กระแส “ข่าวลือ” เพิ่ม “น้ำหนัก”

ท่ามกลางการออกมาให้คำค้ำประกันในเรื่องที่คสช.และรัฐบาลจะเดินตาม “โรดแม็ป” ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด

แต่การเสนอทางออกในลักษณะ “ยืดหยุ่น” ก็ปรากฏขึ้น

นั่นก็คือ การสรุปหลังสุดจาก นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่ว่าตามโรดแม็ป 150 วันหลังกฎหมายลูกเสร็จการเลือกตั้งจะอยู่ระหว่าง

เดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2562

น่าสังเกตว่าบทสรุปอย่างไม่เป็นทางการจาก นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับการคาดหมายของสนช.ระดับ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ตรงกัน

ตรงกันที่เป็นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

จากนี้จึงเห็นได้ว่า เมื่อ “ปฏิญญา โตเกียว” และรวมถึง “ปฏิญญา นิวยอร์ก” สามารถยืดหยุ่นได้เหตุใดที่ปรากฏผ่าน “ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล”

จะไม่เป็นเหมือน “ปฏิญญา” ก่อนหน้านั้น

แนวโน้มอันเป็นความเชื่อที่ดำรงอยู่ในสังคม หนาแน่นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับก็คือจะไม่มีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561

เป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มากกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน