คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
มุมมอง การเมือง – ข้อเรียกร้องให้มีการชุมนุมของ “ราษฎร” มีการยกระดับน่าศึกษา น่าทำความเข้าใจ
ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ข้อเรียกร้องในเรื่องการยกระดับมิได้มาจาก “ภายใน” ของผู้ชุมนุมที่เคยร่วมกันมาตั้งแต่ ณ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563
หากแต่มาจาก “มวลชน” ที่เข้าร่วมในภายหลัง
เด่นชัดว่าเป็นมวลชนที่เคยมีความจัดเจนในการเข้าร่วมการชุมนุมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นอดีตเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นอดีตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535
หรือแม้กระทั่งอดีตเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
ภายในข้อเรียกร้องให้ “ยกระดับ” กลับมองไม่เห็นการยกระดับที่เกิดขึ้นไม่ขาดสาย
หากศึกษาการเคลื่อนไหวของการชุมนุมด้วยสายตาอันเที่ยงธรรมก็จะสัมผัสได้ว่า ภายในการเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมาไม่เคยหยุดนิ่ง
เห็นได้เด่นชัดภายใน “ข้อเสนอ” ที่มีการยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยน
ยิ่งกระบวนการบริหารจัดการ ยิ่งสัมผัสได้ในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงจากยุค “เยาวชนปลดแอก” ในเดือนกรกฎาคม กลายเป็น “คณะราษฎร 2563” ในเดือนตุลาคม
แท้จริงแล้ว ภายใน “การเคลื่อนไหว” ไม่เคยหยุดนิ่งเลย
ข้อเรียกร้องอันเกิดขึ้นในระยะหลังมาจากพื้นฐานอันแตกต่างกันเป็นอย่างสูง
บางข้อเรียกร้องในเรื่องของ “การยกระดับ” เพราะไปเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวในอดีต อยากเห็นการเคลื่อนไหวปัจจุบันเป็นเหมือนกับที่เคยมีมาแล้ว
ขณะเดียวกัน ในข้อเรียกร้องก็มี “ความต้องการ” แอบแฝง
บางคนเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวด้วยเจตนาแฝงเร้นบางประการ แรกที่เข้าไปก็ประกาศว่าต้องการช่วยเหลือพร้อมจะเดินตามน้อง แต่เอาเข้าจริงๆ อยากชิง “การนำ”
เมื่อไม่ได้ตามความปรารถนาก็หงุดหงิดและเริ่มโจมตี
ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นการเคลื่อนไหว “ใหม่”
เด่นชัดว่าเป็นการเคลื่อนไหวในแบบเป็นไปเอง ไม่ว่ามวลชนที่เข้าร่วม การเคลื่อนไหวนั่นแหละจะคัดสรรตัวตนของแต่ละคนออกมาว่าเป็นอย่างไร
สถานการณ์จะสร้างและกำหนด “ผู้นำ” ขึ้นมาเองตามความเป็นจริง