วิเคราะห์การเมือง

มีความจำเป็นที่คสช.และรัฐบาลจักต้องมีคำตอบอย่างแจ่มชัดเกี่ยวกับ “การปลดล็อก” ให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้

เป็นความแจ่มชัดก่อน “พฤศจิกายน”

มีคำมั่นก่อนหน้านี้จากคสช.และรัฐบาลขอให้ผ่าน “พระราชพิธี” สำคัญในเดือนตุลาคมไปก่อน และคำมั่นนี้ก็จะมีคำตอบภายในต้นเดือนพฤศจิกายนอย่างแน่นอน

ถามว่า คสช. จะสามารถ “เลื่อน” ให้ยาวออกไปได้หรือไม่

เลื่อนเหมือนที่เคยทำมาแล้วกับ “ปฏิญญา โตเกียว” กับ “ปฏิญญา นิวยอร์ก” หรือแม้กระทั่ง “ปฏิญญา ทำเนียบขาว”

ตอบได้เลยว่า น่าจะยากและ “ยากส์”

ความตั้งใจเดิมของคสช. ไม่ว่าจะจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะจากปาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กรอบการปลดล็อกอยู่ที่ 4 กฎหมายลูก

1 ว่าด้วยกกต. 1 ว่าด้วยพรรคการเมือง 1 ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. 1 ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.

นั่นก็คือ กฎหมายลูก 4 ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายจึงจะปลดล็อกให้

ถามว่าแล้วเหตุใดจึงจำเป็นต้องทำก่อนกำหนด

คำตอบที่เห็นอย่างเด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ การผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเมื่อต้นเดือนตุลาคม ได้กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความชอบธรรมในการต้องปลดล็อก

เพราะพรรคการเมืองจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

บรรดาคนใน “แม่น้ำ 5 สาย” อาจไม่เคยอยู่ในแวดวงทางการเมืองอย่างเข้มข้น จึงไม่เข้าใจในสภาพความจำเป็นที่จะเกิดขึ้น

แต่เรื่องนี้ “กกต.” มองเห็น อ่านออก

เพราะว่าพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีกรอบที่พรรคการเมืองจำเป็นต้องปฏิบัติ กำหนดระยะเวลาไว้อย่างแน่นอน

หากไม่ทำก็จะเป็นปัญหาเมื่อเข้าสู่ “การเลือกตั้ง”

รายละเอียดเรื่องพวกนี้บรรดา “นักลากตั้ง” ไม่เข้าใจ ไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ “นักเลือกตั้ง” รู้ดี และมองเห็นความจำเป็น

แรงกดดันจาก “นักการเมือง” จึงเกิดขึ้น

นับแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็น 2 กฎหมายลูกที่ยังค้างคาอยู่ ไม่ว่าเรื่อง “ปลดล็อก” อันเป็นความเรียกร้องต้องการของพรรคการเมือง

ปัจจัยเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างมีลักษณะ “กดดัน”

มิได้กดดันต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองเพราะเกี่ยวข้องโดยตรง หากแต่ยังกดดันไปยังบรรดา “แม่น้ำ 5 สาย” ที่เคยเสวยสุขนับแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

โดยเฉพาะ 1 กรธ. และ 1 สนช.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน