คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ควันหลง การเมือง – ตกลง “ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป” ของพรรคร่วมฝ่ายค้านมี “ผลสะเทือน” หรือไม่
ที่พรรคร่วมรัฐบาลสรุปว่า ข้อมูลของฝ่ายค้าน เป็นข้อมูลเก่า ซ้ำซาก เสมอเป็นเพียงการตัดแปะ ไม่สามารถทำอะไรต่อ 10 รัฐมนตรีของรัฐบาลได้
เมื่อเห็นคะแนน 258 ของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แล้วจะว่าอย่างไร
เมื่อเห็นคะแนนงดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 ต่อ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย แล้วจะว่าอย่างไร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รู้ดีอย่างที่สุด
สภาพการณ์ที่เป็นจริงในทางการเมือง “หลัง” อภิปรายเป็น “คำตอบ” ที่ดีที่สุด
ไม่ใช่เรื่องที่บรรดา “โฆษก” ประเภทลูกแหล่งตีนมือทั้งที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล ทั้งที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ จะออกมาประดิษฐ์และตกแต่งถ้อยคำ
ขอให้ดูอาการของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
ยิ่งดูอาการหงุดหงิดอันออกมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยิ่งเป็นคำตอบที่ตรงเป้าอย่างที่สุด
นี่คือฤทธานุภาพอันมาจากพรรคร่วม “ฝ่ายค้าน”
ความถนัดอย่างยิ่งของปฏิบัติการไอโอในเครือข่าย “พลังประชารัฐ” ดำเนินมาอย่างไร
ดำเนินมาในท่วงทำนอง “ด้อยค่า” ลดทอนบทบาทของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าขาดความเป็นเอกภาพ ไม่สามารถนำเอาข้อมูลใหม่หรือใบเสร็จมาเล่นงานรัฐมนตรีได้
แต่เมื่อผ่านจากวันที่ 16 มายังวันที่ 19 ก็เด่นชัด
เด่นชัดว่า ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบ “คำถาม” อันมาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การตัดสินเรื่องนี้อยู่ที่ “สังคม” มิใช่มือของ “รัฐบาล”
นับแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป จะกลายเป็นเดือนแห่งการแก้ไข “ปัญหา”
ไม่ว่าจะเป็นความไม่พอใจของพรรคภูมิใจไทยที่มีต่อการลงมติของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอันหมักหมมและสะสมความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์
ทุกปัญหาล้วนมีผลต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา