ประกาศจากกรมอุตุนิยมแจ้งชัดว่า “ฤดูหนาว” เริ่มเข้ามาแทนที่ “ฤดูฝน” แล้ว สัญญาณเริ่มแสดงให้เห็นผ่านการแปรเปลี่ยนของอากาศ

จาก “ภาคเหนือ” ของประเทศ จากนั้นก็เริ่มขยาย

เส้นแบ่งอย่างสำคัญของ “ฤดูกาล” และดินฟ้าอากาศ คือ การอำลาจากไปของเดือนตุลาคม และการเหยียบบาทก้าวเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน

การแปรเปลี่ยนของ “อากาศ” สัมพันธ์กับ “ระบบนิเวศ”

คนที่ติดตาม “ซีรีส์” ฝรั่งอาจคุ้นเป็นอย่างยิ่งกับคำกล่าวติดปากของตัวละครแห่งแคว้นทางเหนือ นั่นก็คือ ฤดูหนาวกำลังมา เดอะ วินเตอร์ อีซ คัมมิ่ง

และ “ความหนาว” จะดำรงอยู่-ยาวนาน

การต่อสู้ระหว่างแต่ละตระกูล ไม่ว่าจะอยู่ทางเหนือ ไม่ว่าจะอยู่ทางใต้ ไม่ว่าจะอยู่ทางตะวันออก ไม่ว่าจะอยู่ทางตะวันตก ไม่ว่าจะอยู่ในภาคกลาง

ทำให้สำนวน “ฤดูหนาว” มิได้เป็นเพียงเรื่องของดินฟ้าอากาศอย่างเดียว

ตรงกันข้าม เรื่องของดินฟ้าอากาศถูกแปรเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องในทางสงคราม ต่อสู้และแย่งชิงอำนาจระหว่างกันและกัน

เมื่อดู “ซีรีส์” แล้วก็ต้องดู “การเมือง”

กล่าวสำหรับสังคมไทย หลังงานพระราชพิธีในเดือนตุลาคม ทันทีที่ย่างเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน สัญญาณต่างๆ ในทางการเมืองก็เริ่มชัด

เป็นความแจ่มชัดเมื่อเข้าสู่ “ฤดูหนาว”

สัญญาณแรกที่จะต้องมีขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้พ้น คือ การปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมได้

นั่นหมายถึงการขยับแข้ง ขยับขาของพรรคการเมือง

หลังจากถูก “แช่แข็ง” มัดมือ มัดตีน หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา คราวนี้ก็เริ่มมีโอกาส

เป็นอานิสงส์โดยตรงจาก “รัฐธรรมนูญ”

เป็นอานิสงส์โดยตรงจากเมื่อร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้รับการประกาศและบังคับใช้

สัญญาณนี้เป็นการกรุยไปสู่ “การเลือกตั้ง”

จึงอาจกล่าวได้ว่าสัญญาณในทางการเมืองปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญญาณแห่งฤดูกาล เพียงแต่ปรากฏขึ้นในยามที่ลมหนาวพัดเข้ามา

ความเป็นจริงของ “ฤดูกาล” สะท้อนอะไร

สะท้อนว่าไม่ว่ากระบวนการทางธรรมชาติ ไม่ว่ากระบวนการทางสังคม ไม่มีอะไรหยุดนิ่งในลักษณะอันเป็นของตาย ตรงกันข้าม มีการเคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนแปลง

เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน