หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มอบหมายให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นั่นหมายถึงจุดจบสำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ความหมายหมายความว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องหลบหนีเงื้อมมือของกฎหมายไปจนตลอดชีวิต
ไม่ได้ผุด ไม่ได้เกิด
ขณะเดียวกัน กล่าวทางด้านของกระบวนการทางกฎหมายก็หมายความว่าจะต้องเริ่มต้นในหลายกระบวนการที่เคยเงื้อง่าเอาไว้ก่อนหน้านี้
เท่ากับเป็นการคิดบัญชีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เด่นชัดเป็นอย่างมาก 1 ก็คือ กระทรวงการต่างประเทศจักต้องยึดคืนหนังสือเดินทางไม่ว่าปกแดง ไม่ว่าปกน้ำเงิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จะมีสภาพเหมือนพี่ชาย
กลายเป็น “อีหล่า” ตุหรัดตุเหร่
1 มีความเป็นไปได้ที่จะต้องนำเอาเรื่องการประกาศอายัดทรัพย์มาขยายผลในทางปฏิบัติว่าจะทำอย่างไร เพื่อนำมาชดใช้ความเสียหาย
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะละเว้น ไม่ปฏิบัติ
1 ไม่ว่าอัยการ ไม่ว่าตำรวจ ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะต้องดำเนินการเสาะหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนำตัวมาขึ้นศาล
ประการหลังนี่แหละจะกลายเป็นปัญหา
ปัญหาอยู่ตรงที่นับแต่วันที่ 23 สิงหาคม ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปและไม่ปรากฏตัวที่ศาลในเช้าวันรุ่งขึ้น กระบวนการหายตัวไปก็ยังไม่มีคำอธิบาย
หมายถึงคำอธิบายอย่างเป็นระบบ เป็นทางการ
คำถามแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนไม่สามารถตอบได้ด้วยพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปได้อย่างไร
ออกจากประเทศไทยไปทางไหน แบบไหน
แม้จะมีการยืนยันว่าเธอไปปรากฏตัวที่นครดูไบในเช้าวันรุ่งขึ้นและเดินทางออกจากนครดูไบไปยังกรุงลอนดอนในวันที่ 11 กันยายน แต่ก็เสมอเป็นเพียงการยืนยันลอยๆ
ตราบ ณ วันนี้ ยังบอกไม่ได้อยู่ที่กรุงลอนดอนหรือไม่
หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไร้เบาะแส ยังไร้ร่องรอย เหมือนกับที่ปรากฏนับแต่กลางดึกของคืนวันที่ 23 สิงหาคม เป็นต้นมา
รัฐบาลจะสามารถทำอะไรเธอได้
เพราะหากจะขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ก็จะต้องรู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่ใด ประเทศอะไร จึงจะสามารถทำเรื่องได้
เหล่านี้คือปัญหาในมือของรัฐบาล และของคสช.