คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
นัดหมายการเคลื่อนไหวในวันที่ 7 สิงหาคม กลายเป็น “เป้า” สนใจได้อย่างไร
หากมองจากสภาพการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบันก็เนื่องจากเป็นการนัดหมายโดย 2 กลุ่มทางการเมืองที่แสดงบทบาทอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2563
1 คือ กลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” 1 คือ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย”
แม้ในตอนแรก 2 กลุ่มนี้จะมี “แกนนำ” แสดงตัวว่าเป็นใคร แต่ระยะหลังโดยเฉพาะในการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นการนัดหมายการชุมนุมกลับไม่ปรากฏ
ไม่ปรากฏ “แกนนำ” ไม่มี “เวที” ไม่มี “การปราศรัย”

รูปแบบของการเคลื่อนไหวในวันที่ 7 สิงหาคม จึงแตกต่างเป็นอย่างมาก
แตกต่างจากการเคลื่อนไหวของ “คาร์ม็อบ” ที่นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และมีคนอย่าง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สวมเสื้อแดงประกาศเข้าร่วม
“ฝ่ายความมั่นคง” จึงตกอยู่ในจุดที่ “มึนงง” ประเมินไม่ถูก
ยิ่งกว่านั้น สถานการณ์ในวันที่ 7 สิงหาคมยังก่อให้เกิดนัยประหวัดไปยัง 7 สิงหา “ประชามติ” รัฐธรรมนูญ และ 7 สิงหา “เสียงปืนแตก”
ตรงนี้ต่างหากที่เป็นความล่อแหลม สร้างความหวั่นไหว
โดยทั่วไปความล่อแหลมและความหวั่นไหว คือ เครื่องมือในการสยบ “ม็อบ”
เหมือนกับที่มีการจับกุมและยึดรถเครื่องเสียงไม่ว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ไม่ว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ต่อราษฎรนนท์อย่างที่เห็นกัน
ยิ่งกว่านั้นยังตามมาด้วยการจับกุม ไผ่ ดาวดิน และ พริษฐ์ เพนกวิน
โดยสภาพการณ์ “ป้องปราม” ทางการเมือง แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนหลั่งไหลเข้าร่วมการเคลื่อนไหวในวันที่ 7 สิงหาคมอย่างชนิดมืดฟ้ามัวดิน
แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กับ “ฝ่ายความมั่นคง”
สถานการณ์ของวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม จึงเป็นสถานการณ์แห่งความลึกลับ
ทั้งเป็นความลึกลับที่ประกาศนัดหมายตั้งแต่เวลา 14.00 น. ประสานกับข้อเรียกร้องให้นำอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองมาให้ครบมาให้พร้อมมูล
โดยไม่รู้ว่าใครคือ “แกนนำ” โดยไม่อาศัย “คำปราศรัย” เป็นแรงดึงดูด