คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

ความร้อนแรงจากสถานการณ์ “สามเหลี่ยมดินแดง” กำลังกลายเป็น “การเตือน” เพราะที่เคยปรากฏในตอนค่ำของวันที่ 1 สิงหาคม กลับขยายวงไปยังพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนินในวันที่ 7 สิงหาคม และก็ลงเอยด้วยความรุนแรง ณ สามเหลี่ยมดินแดงในตอนค่ำ ยิ่งการเคลื่อนไหวของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แม้จะประกาศยุติการชุมนุมบนซอยรางน้ำ แต่ก็มีเสียงยิงกระสุนยางดังขึ้น ณ สามเหลี่ยมดินแดงตามมา จากวันที่ 10 สิงหาคม แม้วันที่ 11 สิงหาคมก็ไม่มีเว้น สถานการณ์ความรุนแรง ณ สามเหลี่ยมดินแดง จึงเร้าความสนใจเป็นอย่างสูง ไม่เพียงแต่ทำให้สื่ออย่าง “ไทยรัฐ” ต้องให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษ แม้กระทั่ง “วอยซ์ ทีวี” ซึ่งอยู่ประชิดติดกับสามเหลี่ยมดินแดงก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ระมัดระวังต่อเสียงโป้งป้างจากการยิง “กระสุนยาง” ไม่เพียงแต่จะสัมผัสได้ในความคึกคักจาก “หน่วยควบคุมฝูงชน” เต็มยศ กระจายขอบเขตแห่งอำนาจจนถึงซอยรางน้ำ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หาก “มวลชน” ซึ่งล้วนเป็น “เยาวชน” ก็ร้อนแรง คําถามจึงเฝ้าคอยสถานการณ์ของ #ม็อบ 15 สิงหาคม อย่างเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ออกโรง โดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งต่อยอดจากเนรมิตกรรมทางการเมืองของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เท่านั้น หากเป็นความจัดเจนของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เองด้วย ในเมื่อ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประกาศว่าจะจัดคาร์ม็อบจากพระนครศรีอยุธยาแล้วเคลื่อนมาสมทบบนถนนวิภาวดีรังสิตอันมากด้วยความหมาย อย่างนี้จะรอดพ้นจากโป้งป้างของ “กระสุนยาง” หรือไม่ การปะทะในตอนเย็นย่ำสนธยา การปล่อย “แก๊สน้ำตา” และ “กระสุนยาง” กำลังกลายเป็นภาพที่เห็นอย่างเป็นปกติ ไม่ว่า จะหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภ ไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยมดินแดง ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ แม้หลายคนอยากรู้ “ตอนจบ” แต่ก็ยากยิ่ง จะคาดหมายได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน