คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
หลังคำประกาศยุติการชุมนุมของ “กลุ่มทะลุฟ้า” ก็ปรากฏ “พลุไฟ” ส่องสว่าง งามตา
หลายคนอาจนึกถึงเทศกาลเฉลิมฉลอง ไม่ว่าในเทศกาล “ปีใหม่” ไม่ว่าในเทศกาล “สงกรานต์” ซึ่งได้ยินและได้เห็นในยามบ้านเมืองปกติ
แต่มีจำนวนไม่น้อยเกิดนัยประหวัดไปยัง “สามเหลี่ยมดินแดง”
ทุกคราที่มวลชนต้องการสำแดงความรู้สึก สำแดงพลังของตนให้เป็นที่ปรากฏ ณ เบื้องหน้าการพาเหรด เข้ามาของ “หน่วยควบคุมฝูงชน” หรือ “คฝ.”
มักจะเป็น “ประกาย” แห่งพลุไฟ ส่องสว่าง กระจ่างตา
การเกิดขึ้นของมวลชน “ทะลุแก๊ส” หรือ “เยาวรุ่น ทะลุแก๊ซ”สร้างปริศนามากมาย
หากติดตามปรากฏการณ์จากที่เห็นในตอนค่ำของวันที่ 1 สิงหาคม หรือแม้กระทั่งปรากฏการณ์ในตอนค่ำของวันที่ 13 สิงหาคม
ก็เป็นคนละเรื่องกับ “คาร์ม็อบ” ก็เป็นคนละเรื่องกับ “ทะลุฟ้า”
เพราะว่าที่เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมเป็นหลัง “คาร์ม็อบ” ยุติการชุมนุมไปแล้ว เพราะว่าที่เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เป็นหลัง “ทะลุฟ้า” ยุติการชุมนุมไปแล้ว
กระนั้น ในการเป็นคนละ “กลุ่ม” ก็มีความสัมพันธ์
นับวันการแยกตัวและสร้างความแตกต่างก็แสดงออกอย่างเด่นชัดเป็นลำดับ
ไม่เพียงเพราะ “ทะลุฟ้า” ออกมายืนยันว่าเป็นคนละพวก ไม่เพียงเพราะ “คาร์ม็อบ” ของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก็ออกมายืนยันว่าเป็นคนละฝ่าย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถึงกับมาขอให้ยุติการเคลื่อนไหว
กระนั้น จุดร่วมก็มีให้เห็นให้ได้รู้สึก เห็นได้จากตัวอักษร “ทะลุแก๊ส” ก็ถอดรูปออกมาจาก “ทะลุฟ้า” เห็นๆ กัน ประสานกับจุดเชื่อมที่เป็นเอกภาพเนื้อเดียวกัน
นั่นก็คือ ต่างต้องการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกัน
การเกิดขึ้นของ “ทะลุแก๊ส” หรือ “เยาวรุ่น ทะลุแก๊ซ” เป็นผลจาก “ทะลุฟ้า” อย่างเด่นชัด
เป็นความเด่นชัดเมื่อทั้ง “ทะลุฟ้า” และ “ทะลุแก๊ส” และรวมถึง “เยาวรุ่น ทะลุแก๊ซ” ต่างถือเอาการยิงพลุเพื่อจุดประกายส่องสว่างบนท้องฟ้าเป็นสัญลักษณ์
เป็นสัญลักษณ์และจิตวิญญาณเดียวกันในการต่อสู้เคลื่อนไหว
