คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เส้นทาง การเมือง
ของ ธรรมนัส พรหมเผ่า
ยังไม่สิ้น ก็ดิ้นไป
แม้จะมี “กองแช่ง” อย่างไร แต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ยังไม่ดับดิ้นไปต่อหน้า
อย่างน้อยที่สุด บทบาททางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรค พลังประชารัฐก็จะทอดยาวออกไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
จนกว่าการเลือกตั้ง “นายกอบต.” จะจบสิ้น
การออกมาแถลงถึงความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐในการสู้ศึกเลือกตั้ง “นายกอบต.” ทั่วประเทศ คือรูปธรรมแห่งการดำรงอยู่ในทาง การเมือง
ของเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
มีความเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องหมด “อนาคต” ทางการเมืองอย่างแน่นอน
เป็นความเชื่อจากสถานการณ์ความขัดแย้ง อย่างรุนแรงในห้วงก่อนการลงมติไม่ไว้วางใจและ ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 4 กันยายน
ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชวนให้คิดเช่นนั้น
เป็นท่าทีที่เกรี้ยวกราด ประณามฝ่ายที่เคลื่อนไหว ว่าไม่เป็น “สุภาพบุรุษ” และใช้กลเม็ดเด็ดพรายในการทำลายและหักโค่นทางการเมือง
บ่งชัดว่า ผีไม่เผา เงาไม่ยอมเหยียบ

จะมองเส้นทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างไรในทางการเมืองต่อจากนี้
หากอาศัยความจัดเจนจากกรณีของ “กลุ่ม 4 กุมาร” ก็เริ่มจากตำแหน่งภายในพรรคพลังประชารัฐ จากนั้นจึงค่อยลิดรอนตำแหน่งใน “คณะรัฐมนตรี”
ต้องดูว่าจะมีการเปลี่ยนตัว “เลขาธิการพรรค หรือไม่ อย่างไร
การออกมายืนยันของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ การออกมาทำหน้าที่รับศึกในการเลือกตั้ง “นายกอบต.” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ล้วนเป็นเครื่องยืนยัน
ว่ายังไม่มี “ใคร” ทำอะไร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้
ทุกอย่างจึงต้องยึดกุมหลักการ “10 ปีล้างแค้นยังไม่สาย” ในยุทธจักรกำลังภายใน
การทำลายล้างในทางการเมืองจึงมิได้เป็นเรื่องชั่วข้ามคืน ตรงกันข้าม จำเป็นต้องดำเนินไปอย่างเยือกเย็น สุขุม เปี่ยมด้วยคัมภีรภาพ
อีก 3 เดือนข้างหน้าจะจัดการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ยังไม่สาย