คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ความเยือกเย็น การเลือกตั้ง เก่าใหม่ เพื่อไทย ก้าวไกล
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะ “ฟันธง” ว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2566 เป็นอย่างไ
หากดูจากทิศทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านวาระ 3 มาแล้วเหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
เพราะหาก “พลังประชารัฐ” ไม่มั่นใจ เสียงของ ส.ว.คงไม่ออกมาอย่างนั้น
กระนั้น หากดูจากความหงุดหงิด ความไม่พอใจจาก “พันธมิตร” ในแนวร่วมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คาดหมายยากว่า “การเลือกตั้ง” จะลงเอยอย่างไร
ไม่ว่า “รวมพลังประชาชาติไทย” ไม่ว่า “ไทยภักดี”
ความเงียบของพรรครวมพลังประชาชาติไทย น่าศึกษาและน่าติดตามเป็นพิเศษ
เพราะว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย มีความภักดีต่ออำนาจใต้ร่มธง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง แน่วแน่และมั่นคง
ฝากความหวังเหมือน “ไทยภักดี” เหมือน “พรรคกล้า”
ยิ่งเกิดความแตกแยกจาก “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ
ยิ่งความแตกแยกปะทุขึ้นผ่านปฏิกิริยาของ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ยิ่งมากด้วยความล่อแหลม
ล่อแหลมที่การเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามความคาดหมาย
มีความพยายามจะล้มระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบให้ “แท้ง” ลงกลางคันแน่นอน
ภาพอันสยดสยองเป็นอย่างยิ่งที่มีการโหมกระพือมาจาก “กองเชียร์” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คือ หากใช้บัตร 2 ใบแพ้แน่ๆ
เพราะนั่นคือความสันทัดอย่างสูงของ “พรรคเพื่อไทย”
ความมั่นใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะกวาดส.ส.เข้ามาไม่ต่ำกว่า 150 และอาจทะยานทะลุหลัก 200
จึงไม่น่าจะเป็นเพราะใช้ “บัตร 2 ใบ” เป็น “เครื่องมือ”
ถามว่าเบื้องหน้าความไม่แน่นอนนี้พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลคิดอย่างไร
น่าสนใจก็ตรงที่ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ประกาศความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งไม่ว่าแบบเก่า ไม่ว่าแบบใหม่
ตรงนี้ย่อมเป็นความเยือกเย็นของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล