คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

จุดแข็ง การเมือง
ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ในพื้นที่ “กทม.”

เหมือนกับการยืนระยะของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะก่อความหวั่นไหวเป็นอย่างสูง

อย่างน้อยก็ทำให้คนที่เคยปวารณาตัวจะต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง บังเกิดความละล้าละลัง

ละล้าละลังกระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ถอดใจ

เพราะไม่ว่าจะมีการสำรวจโดย “โพล” สำนักใด คะแนนและความนิยมของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ยังนำโด่ง ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น หน้าเก่า

ยิ่งเป็นพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งต้องคิดหนัก

ถามว่าความยืดเยื้อ ล่าช้าของการเลือกตั้งตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” มีปัจจัยจากอะไร

คำตอบซึ่งตรงเป้าอย่างที่สุดก็คือ พรรคพลังประชารัฐยังไม่สามารถจัดระบบและได้ตัวบุคคลซึ่งสร้างความมั่นใจได้อย่างเพียงพอ

หลังการถอดใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จึงเกิดการเคลื่อนไหว

เป็นการเคลื่อนไหวที่มีบทสรุปว่าหากจะผลักดัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เข้าแทนที่ก็ไม่แน่ว่าจะได้ชัยชนะจึงได้มีชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามา

แต่ก็เป็นการเสนอขึ้นมาอย่างชนิดปากกล้า ขาสั่น

หลายคนคงอยากรู้ว่าอะไรคือ จุดแข็งทางการเมืองของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คำตอบหนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ จุดแข็งจากตัวตนของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เองในห้วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

การแสดง “วิสัยทัศน์” สร้างความโดดเด่นเป็นอย่างสูง

ยิ่งกว่านั้น เมื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศลงสมัครในนาม “อิสระ” ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็มีความสุกงอมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะให้การสนับสนุน

นั่นเท่ากับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีฐานใหญ่ในกทม.

มีความเชื่อลึกๆว่าคู่แข่งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มิใช่พรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม พรรคก้าวไกลต่างหากที่จะสร้างจุดเปรียบเทียบกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างแหลมคม เพราะแต่ละจังหวะก้าวมีการเตรียมพร้อมอย่างสุขุม รอบคอบ

ตรงนี้เองทำให้พรรคพลังประชารัฐละล้าละลังใน “กทม.”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน