สปอตไลต์ ฉายจับ
ไปยัง จักรทิพย์ ชัยจินดา
วิกฤต คือ โอกาส

การถอยจากพื้นที่กทม.มาพร้อมกับโอกาสที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จะเข้าสู่สนามใหญ่

ความหมายที่ได้รับการถอด “รหัส” ในทางการเมืองอย่างฉับพลันทันใดก็คือ “สนามใหญ่” ที่ว่านั้นก็คือ สนามแห่งการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไป

เท่ากับ “พื้นที่” ทางการเมืองใหญ่กว่า “กทม.”

ความต่อเนื่องที่ตามมาโดยอัตโนมัติก็คือ แนวโน้มและความเป็นไปได้ของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ น่าจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” อย่าง เด่นชัด

นี่เป็นการมองผ่านสถานะของ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา

กระบวนการวิเคราะห์ในท่วงทำนองเช่นนี้เกิดขึ้นและดำเนินการขึ้นมาได้อย่างไร

คำตอบ 1 มาจากบทบาทและความหมายที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ประกาศจะชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ตั้งแต่เกษียณจากราชการในเดือนตุลาคม 2563

มีการตั้งสำนักงานโดยอิงอยู่กับ “พรรคพลังประชารัฐ”

ในเมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลงทุนลงแรงทางการเมืองมาเป็นเวลา 1 ปีไฉนจึงยอมถอดใจถอยออกไปอย่างง่ายดายเช่นนี้นั่นย่อมหมายถึงการมีโอกาสที่ ดีกว่า

คำตอบ 1 ซึ่งตามมาก็คือ โอกาสที่ดีกว่าตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.”

ยิ่งเมื่อมองไปยังสภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้น “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ ยิ่งมีความ แจ่มชัด

แจ่มชัดว่าโอกาสทางการเมืองสำหรับ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ย่อมเป็นโอกาสอย่างเดียวกับที่ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประสบมาแล้ว

นั่นคือ ตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค

หากไม่เกิดกรณีอันกระทบถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โอกาสของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ย่อมไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

โอกาสลักษณะเดียวกันนี้กำลังจะเกิดกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

สถานการณ์ในเดือนพฤศจิกายนอาจยังไม่ปรากฏ “คำตอบ” อย่างแน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไร

กระนั้น หากดูจาก “มรสุม” ทางการเมืองอันก่อตัวนับแต่วันที่ 4 กันยายน เรื่อยมาจนถึงล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ก็ย่อมกระสาต่อ “กลิ่น” ทางการเมืองได้

เป็นกลิ่นแห่งการเปลี่ยนแปลงอันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉับไว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน