สัจจะ 1 ทั้งในทางการทหาร ทั้งในทางการเมือง ซึ่งเป็นการสรุปมาจากการยุทธ์ ณ เมืองทรอย ในยุคแห่งมหากาพย์อีเลียด ของท่านโฮเมอร์ ก็คือ

“ป้อมค่าย” ตีแตกจาก “ภายใน”

นี่จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญอันหน่วยรบพิเศษ “แซปเปอร์” หรือ “ดักกง” ของเวียดนาม ยึดมั่นและช่วงชิงโอกาสที่จะใช้เป็นช่องทางไปสู่ชัยชนะ

“การทหาร” เป็นเช่นนี้ “การเมือง” ก็เป็นเช่นนี้

การประเมินสถานะทางการเมืองจึงไม่เพียงแต่จะดูจากความคึกคักอันปรากฏจากปัจจัย “ภายนอก” อันมาจากฝ่ายตรงกันข้าม

มีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อปัจจัย “ภายใน”

แม้หลักการนี้จะได้รับการนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง แต่ก็สอดคล้องอย่างยิ่งกับกฎเกณฑ์ในทางวิทยาศาสตร์

มิใช่วิทยาศาสตร์ “สังคม” หากเป็นวิทยาศาสตร์ “ธรรมชาติ”

ตัวอย่างซึ่งคลาสสิคเป็นอย่างมาก คือ ตัวอย่างของ “ก้อนหิน” และ “ไข่” เราไม่มีวันจะฟักก้อนหินให้กลายเป็น “ลูกไก่” ได้อย่างเด็ดขาด

ต่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพียงใด

แต่ต่อไข่ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ผ่านการฟักของแม่ไก่ ไข่ใบนั้นก็ค่อยปรากฏลูกไก่จิกเปลือกไข่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างน่ารัก

ปัจจัยภายนอกเป็นส่วนประกอบ แต่ที่ชี้ขาดคือปัจจัยภายใน

การมองสภาพการณ์ในทางการเมืองจึงจำเป็นต้องสนใจจากปัจจัย “ภายนอก” ว่าดำเนินไปอย่างไร พร้อมกันนั้นก็ไม่สามารถละเลยปัจจัย “ภายใน” ได้อย่างเด็ดขาด

ถามว่าทำไมกรณีคัดค้านโรงไฟฟ้าที่เทพาทำไมบานปลาย

สามารถตอบได้มากมาย ไม่ว่าจะมองผ่านวิธีการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการบริหารจัดการของตำรวจ ทหารในพื้นที่

แต่ที่ไม่ควรมองข้าม 1 ก็คือ กรณี “แบมุส”

ความจริง กรณีความขัดแย้งอันมาจากเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถจบลงได้ไม่ยากนัก หากไม่มีการโยงการหายตัวไปของ “แบมุส” ไปยังเรื่องชู้สาว

เหมือนกับจะคมคาย แต่ความจริงไม่ใช่

มีคำถามมากมายต่อสถานะทางการเมืองของคสช.และรัฐบาลนับแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นต้นมา ว่าอยู่ในจุดอันเป็นฝ่ายรุกหรือรับในทางการเมือง

คำตอบ 1 เห็นได้จากกรณีของ “น้องเมย”

คำตอบ 1 เห็นได้จากกรณีการลาออกของรัฐมนตรีแรงงาน คำตอบ 1 เห็นได้จากกรณีนาฬิกาหรู และคำตอบ 1 เห็นได้จากการไม่ยอมปลดล็อกให้พรรคการเมือง

เพียง 3 คำตอบก็จะสามารถมองเห็นได้ว่ารุก หรือรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน