ยังเร็วเกินไปที่จะระบุลงไปด้วยความมั่นใจว่า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา หรือกลุ่มของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะเข้าไปเป็น “นิวเคลียส” หนึ่งของ “พรรคทหาร”

พร้อมยอมรับนายกรัฐมนตรี “คนนอก”

ที่ว่า “เร็วเกินไป” แม้หลักไมล์จะกำหนดเอาไว้ที่ภายในเดือนพฤศจิกายนตาม “โรดแม็ป” ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

เพราะอย่างน้อยก็ยังเหลืออีกถึงกว่า 300 วัน

300 กว่าวันท่ามกลางการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะทางด้านของ “พรรคคสช.” ไม่ว่าจะทางด้านของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย

ยังมีความไม่แน่นอนดำรงอยู่ตามหลัก “อนิจจัง”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มิได้เป็น “ละอ่อน” เลยเมื่อนับพรรษาในทางการเมือง อย่าลืมเป็นอันขาดว่าภายในพรรคชาติไทยพัฒนา ภายในพรรคชาติพัฒนามีใคร

แต่ละคนล้วนผ่านร้อนหนาวมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์พลิกผันในเดือนตุลาคม 2519 รวมถึงการรัฐประหารซ้ำในเดือนตุลาคม 2520

หรือแม้กระทั่งสถานการณ์เมษาฮาวายเมื่อปี 2523

ยิ่งเข้าสู่สถานการณ์รัฐประหารของรสช.ในเดือนกุมภาพันธ์ 2534 ของนายทหารรุ่น 0143 ยิ่งให้บทเรียนทางการเมืองอย่างลึก

การเข้ามาของ “คสช.” จึงไม่ต่างไปจาก “เด๊ะๆ”

พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศตัวเป็น “นักการเมือง” และสำแดงความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี “คนนอก”

ทุกอย่างก็แจ่มชัด บังเกิดอาการ “ตาสว่าง”

ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับในฝีมือและความสามารถอันเฉียบคมระดับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เปิดยุทธการ “ล่อพยัคฆ์ออกจากถ้ำ” ผ่านวาทกรรมว่าด้วย “กองหนุน”

เมื่อ “คสช.” ตีความว่าเป็นการให้ “กำลังใจ” จึงยิ่งทำให้คสช.ปล่อยแสง “เฮ้ากวง” ทางการเมืองออกมามากมาย ไม่ว่าการชู “ประชารัฐ” ไม่ว่าภาพที่อยู่เบื้องหลังการเดินสายประชุมครม.พร้อมกับการทุ่มเม็ดเงินลงไป

อาจทำให้ “นักการเมือง” บางคนเกิดอาการ “น้ำลายหก” แต่คำถามที่เสนอมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ประสานเข้ากับพรรคเพื่อไทยก็คือ ปฏิบัติการเหล่านี้มีแต่ด้านอันเป็น “รายรับ” เท่านั้นหรือ

ตรงกันข้าม ยังมี “รายจ่าย” ตามมาเป็นแถวๆ

ยังมีเวลาอีกมากกว่า 300 วัน ทั้งยังเป็น 300 กว่าวันอันมากด้วยความแปรปรวน พลิกผัน มากด้วยความไม่แน่นอน

จะมี “เลือกตั้ง” ยังไม่รู้

จะเลือกตั้งภายในปี 2561 หรือเลื่อนออกไปก็ยังไม่รู้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน