ถามว่าระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองใดให้ความใส่ใจกับกรณี “นาฬิกา” ยืมเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่ากัน
ตอบได้เลยว่า พรรคประชาธิปัตย์
คนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าระดับหัวแถว ระดับหางแถว ตั้งแต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนถึงนายวัชระ เพชรทอง ต่างลงมาเล่นเรื่อง “นาฬิกา”
ตรงกันข้าม พรรคเพื่อไทยมีระดับ “รองโฆษก” เท่านั้น
ความสนใจในด้านหลักของพรรคเพื่อไทยมุ่งไปยังคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 มากกว่าโดยเฉพาะที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญ
แต่พรรคประชาธิปัตย์ทุ่มสุดแรงให้กับ “นาฬิกา”
ความจริง การสาดน้ำร้อน น้ำเย็น เข้าใส่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นถือว่าเป็นพิมพ์เขียวที่เริ่มมาตั้งแต่ 1 ปีหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เพราะมองเห็นว่า คนๆ นี้แหละ คือ “ตัวจริง”
หากไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีโอกาสและผงาดยืนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อย่างผ่าเผย
เพราะเปิดทางให้ตั้งแต่แรกอยู่ ร.2 รอ.มาแล้ว
เส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นเส้นทางเดียวกันของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
เว้นเพียงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น
หากย้อนกลับไปดูความพยายามในการเล่นงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็พอจับเค้าได้ว่าออกมาจากกรรมาธิการ 1 ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ตอนแรกๆ คิดว่าจะเล่นงาน “ตำรวจ”
แต่พอเคลื่อนไหวมากเข้าๆ ผู้คนก็เริ่มมองเห็นว่า อาศัยเรื่องของ “ตำรวจ” เป็นเหมือนกระดานหก เป้าหมายอย่างแท้จริงคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่า
จากปี 2558 เรื่อยมาจนถึงปี 2561 ยังดำรงจุดมุ่งหมายอยู่
และภายในกรรมาธิการของส.ป.ช.ชุดนี้ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับกปปส. หากยังสัมพันธ์ใกล้ชิดอยู่กับบางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย
ตรงนี้แหละที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ “ออกตัว” แรง
ทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยออกมาไขว่า เป็นความต้องการที่จะแยก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เพราะรู้อยู่ว่า 2 ทหารเสือนี้เอาไหล่ชนไหล่กันอยู่
หากสามารถแยกและจัดการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกไปได้นั่นหมายถึงจะเป็นผลทำให้การยืนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โงนเงน ไม่มั่นคงแข็งแกร่ง
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ยังไม่บรรลุผลเท่านั้น