เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จึงต้องออกมาพูดในลักษณะ “เบรก”

ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันว่าวันที่ 30 กันยายน ไม่มีอะไร หรือถึงจะมีเหตุการณ์ทางรัฐบาลก็ไม่กลัว

เป็นเสียงเดียวกับ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม แห่ง “สมช.”

กระนั้น หากติดตามคำพูดของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ก็จะสัมผัสได้ผ่านคำขู่ที่ว่า หากมีการเคลื่อนไหวก็อาจจะไม่ได้ “เลือกตั้ง”

กระหน่ำไปใน “จุดอ่อน” ภายใน “ความต้องการ”

คำขู่ในลักษณะเตือนของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จึงเป็นการตีตรงเป้า

ดำเนินไปภายใต้บทสรุปของรัฐบาลในลักษณะสั่งสมมาอย่างยาวนานว่า ทุกการเคลื่อนไหวล้วนแต่มี “เบื้องหลัง” มี “มาสเตอร์ มายด์”

นั่นคือ มองเห็นเป็นขบวนการ “การเมือง”

มองว่าทุกกลุ่มที่ออกมาบนท้องถนนล้วนมีสายสัมพันธ์กับพรรคการเมือง จึงเท่ากับเป็นการเตือนไปยังแต่ละพรรคการเมือง

โดยเอาคำว่า “เลือกตั้ง” มาสำทับขู่

การแถลงของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จึงดำเนินไปในลักษณะเป็น “ตัวแทน”

เป็นการพูดไม่เพียงสะท้อนความเข้าใจต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากยังสะท้อนความเข้าใจต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

และความเข้าใจต่อ “นักเลือกตั้ง” ด้วยกัน

ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคชาติไทยพัฒนา

ก็เห็นการชูนิ้วโป้งให้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ครบถ้วน

ถามว่าแล้วจะเกิด “ปฏิกิริยา” จากสถานการณ์ในวันที่ 30 กันยายน หรือไม่

ตอบได้เลยว่า เมื่อสัมผัสการตอบโต้จาก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประสานเข้ากับจาก นายอานนท์ นำภา ก็จะมองแจ้งแทงได้ตลอดทั้งแนว

“ปฏิกิริยา” นั้นพร้อมเสมอ หากมี “อุณหภูมิ” เหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน