คำประกาศ “ผมเป็นนักการเมือง” อันออกมาจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลายเป็นจุดตัดและเป็นเส้นแบ่งอย่างสำคัญในทางการเมือง
ทำให้มองเห็นการเผยแสดงของ “พรรคคสช.”
ความจริง “พรรคคสช.” เริ่มปรากฏทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศตัดสินใจ “ยึดอำนาจ” ที่สโมสรกองทัพบก เมื่อตอนบ่ายของวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
แต่คนก็ยังไม่รู้สึกว่าเป็น “พรรคการเมือง”
เพราะอยู่ในบรรยากาศแห่งการปลอบประโลมผ่านบทเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา”
ประเด็นอยู่ที่ประโยค “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”
จากนั้น คสช.ก็จะแต่งตั้งหัวหน้าคสช.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งก็คือดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล
จากนั้น ก็มี สนช. จากนั้นก็มี สปช. จากนั้นก็มี คกก.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 อันเกิดขึ้นหลังรัฐประหาร
นั่นก็คือ การขับเคลื่อนประเทศโดย “แม่น้ำ 5 สาย”
จากเดือนพฤษภาคม 2557 เรื่อยมากระทั่งมีการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญในเดือนเมษายน 2560 ถือว่าทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้คสช.
เราจะทำตาม “สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน
จากเดือนพฤษภาคม 2557 กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นเวลา 3 ปี ประชาชนยังไม่ตระหนักและยังไม่ได้มองบทบาทของคสช.ในฐานะ “พรรคการเมือง”
แต่พลันที่มีคำประกาศ “ผมเป็นนักการเมือง”
นับแต่นั้นเป็นต้นมาภาพของคสช.ก็เริ่มปรากฏในฐานะอันเป็นการเมืองและดำรงอยู่ในฐานานุรูปอันเป็น “พรรคคสช.”
เป้าหมายก็คือ การสืบทอดอำนาจในทางการเมือง
การเดินทางไปพบนักการเมืองที่ชลบุรี การเดินทางไปพบนักการเมืองที่นครราชสีมา การเดินทางไปพบนักการเมืองที่สุโขทัย การเดินทางไปพบนักการเมืองที่นครปฐม
คือรูปธรรมแห่ง “นักการเมือง” ผ่าน “พรรคคสช.”
ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอหลักการล่าสุดออกมาว่า “ขอให้เลือกเอาแล้วกันว่า จะเอาแบบผมหรือจะให้กลับมาที่เดิม”
นั่นคือ การเสนอ “ทางเลือก” ให้กับสังคมไทย
หลังจากบริหารประเทศมาเป็นเวลา 3 ปีกว่า หลังจากวางกฎกติกาต่างๆ เอาไว้อย่างพร้อมสรรพก็ถึงเวลาสร้างความชอบธรรมให้กับการสืบทอดอำนาจ
เราจะทำตาม “สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน