ความรู้สึก 1 ที่เริ่มก่อตัวและดำเนินไปในลักษณะ “ร่วม” มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ คือ ความรู้สึกที่เรียกร้องต้องการ “การเลือกตั้ง”
หากประเมินจากที่ออกมาชุมนุมก็ไม่มากนัก
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ บนถนนราชดำเนิน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หรือแม้กระทั่งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ลานย่าโม นครราชสีมา
แต่หากสัมผัสผ่านท่าทีของพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าพรรค เพื่อไทย อันเป็นตัวแทนของสมาชิกหลายแสนหลายล้านคน
ก็ต้องยอมรับว่ามี “คนอยากเลือกตั้ง” อยู่ไม่น้อย
ขณะเดียวกัน หากประเมินจากท่าทีของคสช.และท่าทีของรัฐบาลก็ต้องยอมรับว่าประกาศครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะนำประเทศไปสู่กระบวนการของ “การเลือกตั้ง”
ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มอบหมายให้มีการยกร่าง “รัฐธรรมนูญ”
ไม่เช่นนั้นไม่ว่าการยกร่างในชุดของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไม่ว่าการยกร่างในชุดของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คงไม่กำหนดบทบัญญัติอย่างที่เรียกว่าเป็น “โรดแม็ป”
คำว่า โรดแม็ป คือเส้นการเดินทางไปสู่ “การเลือกตั้ง”
จึงไม่ว่าจะมองผ่านคสช. ไม่ว่าจะมองผ่านรัฐบาล ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคการเมือง ไม่ว่าจะมองผ่านคนหนุ่มคนสาว ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการเห็นการเลือกตั้ง
แล้วทำไมจึงเหมือนกับมีความขัดแย้งดำรงอยู่
เมื่อเข้าไปศึกษาและทำความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นบรรดา “คนอยากเลือกตั้ง” หรือคสช.และรัฐบาลที่ถูกมองว่าเป็นคนยัง “ไม่อยากเลือกตั้ง”
แท้จริงแล้วก็แทบไม่ได้ขัดแย้งอะไรรุนแรงเลย
กลุ่มคนที่ “อยากเลือกตั้ง” เรียกร้องบนพื้นฐานที่คสช.และรัฐบาลเคยประกาศออกมาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างช้าภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ต้องการตอกย้ำคำมั่นที่ว่า
เราจะทำตาม “สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน
ขณะที่คสช.และรัฐบาลพยายามยื้อ ถ่วงและหน่วงการเลือกตั้งให้ยาวออกไปจากเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562
อะไรกันนักหนา แค่ 90 วันเท่านั้นเอง
ไม่ว่าในที่สุดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2561 หรือว่าเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป้าหมายคือ การเลือกตั้ง
ความสงสัย 1 ก็คือ ความสงสัยว่าจำเป็นอะไรถึงต้อง “ยื้อ” ไม่ยอมทำ
ความสงสัย 1 ซึ่งทรงความหมายเป็นอย่างสูง ทั้งๆ ที่คนที่ออกมาชุมนุมก็เพราะ “อยากเลือกตั้ง” ทำไมต้องมีการแจ้งความ ฟ้องร้องและดำเนินคดี
ดำเนินคดีราวกับ “การอยากเลือกตั้ง” เป็น “อาชญากรรม”