หากแม้กระทั่ง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ก็ออกมายอมรับว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศมีความต้องการ “การเลือกตั้ง” ก็จำเป็นต้องล้างหูรับฟังแล้ว

ถึงการพูดของท่านจะมี “เงื่อนไข”

นั่นก็คือ ท่านเห็นว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศมีความต้องการ “การเลือกตั้ง” แต่ก็เข้าใจในเงื่อนไขที่อาจต้องเลื่อนไปจาก “โรดแม็ป” เดิม

แต่ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ “อยากเลือกตั้ง” นั่นแหละ

คำถามที่ตามมาก็คือ เหตุปัจจัยอะไรทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมีความต้องการ “การเลือกตั้ง” เห็นว่า “การเลือกตั้ง” มีความจำเป็น

คำถามนี้มี “คำตอบ” มากมาย

คำตอบ 1 อาจเป็นเพราะว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะมีกำหนดครบ 4 ปีในเดือนพฤษภาคม 2561 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม

ความรู้สึกในเรื่อง 4 ปีต้องมีการเลือกตั้งเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อในท่ามกลางปัญหามากมายของการเมืองไทย

แสดงให้เห็นว่า “การเลือกตั้ง” ได้เข้าสู่ “เส้นเลือด” ของคน

นั่นก็เพราะว่าการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ได้สร้างมิติใหม่ในทางการเมืองให้กับสังคมไทยนับแต่เดือนมกราคม 2544 เป็นต้นมา

นั่นก็คือ ได้สัมผัส “ประชาธิปไตย” ที่กินได้

คำตอบ 1 อาจเพราะคนส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่า “การเลือกตั้ง” จะมีส่วนอย่างสำคัญก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองตามมา

นี่เป็นคำตอบในเชิง “หลักการ” โดยทั่วไป

ขณะเดียวัน หากมองจากพื้นฐานที่ 3 ปีนับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา สังคมประเทศไทยอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองในแบบ “รัฐประหาร”

ความรู้สึกอย่างนี้เท่ากับเป็น “เงาสะท้อน” ในทางความคิด

ความคิด 1 คือ ความรู้สึกชมชอบในวิธีการบริหารในแบบของคสช. อันมีพื้นฐานมาจากการรัฐประหาร ความคิด 1 คือ เห็นว่าวิธีการบริหารแบบนี้พอแล้ว

จึงเห็นว่า “การเลือกตั้ง” จะนำสิ่งใหม่มาให้

ไม่ว่าคำตอบแรกจะไม่ถูก ไม่ว่าคำตอบหลังจะถูก หรือว่าถูกต้องทั้ง 2 คำตอบ แต่ความรู้สึก “อยากเลือกตั้ง” ของคนส่วนใหญ่มีความสำคัญ

สำคัญพอที่จะต้องเข้าใจ “ประชาชน” ว่าเป็นอย่างไร

สำคัญพอที่จะต้องมีความจริงจังในการทำให้ความต้องการของ “ประชาชน” ปรากฏเป็นจริงอย่างสอดรับและมีประสิทธิภาพ

คำถามอยู่ที่ว่า “คสช.” คิดในเรื่องนี้อย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน