เหตุใดภาพ “หลั่งน้ำตา” ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์
แม้ว่าในภายหลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ “หลั่งน้ำตา” หากแต่เป็นผลจากการหยอดตาอย่างเป็นปกติของตน
ผลสะเทือนจากภาพ “หลั่งน้ำตา” ก็ยังดำรงคงอยู่
อาจเป็นเพราะเป็นการ “หลั่งน้ำตา” ในห้วงเวลาอันถือว่าเป็นความพ่ายแพ้เป็นความผิดหวัง อาจเป็นเพราะสถานะของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
กระนั้น ผลสะเทือนก็กระจายไป 2 แนวทาง
ใช่ว่าในความรู้สึกจะเป็นความเห็นใจอย่างเดียว หากแต่ยังมีความสะใจอยู่ด้วย
ต้องยอมรับว่าลีลาและเนื้อหาการอภิปรายในแบบของ นายสมชาย แสวงการ ในแบบของ นายประพันธ์ คูณมี ในแบบของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ร้อนแรง
กระหน่ำเข้าใส่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
กล่าวสำหรับคนที่รักและเลือกพรรคก้าวไกล เลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ย่อมเจ็บปวด ย่อมไม่พอใจและเห็นใจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีคนที่พอใจ สะสาแก่อารมณ์
รูปธรรมคือการนำกระเช้าดอกไม้ไปมอบให้กับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ หลังอภิปราย
หากมองจากสถานะที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ยืนขึ้นอภิปรายในลักษณะอันเป็นไปตามมติของพรรคภูมิใจไทยก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนในทางการเมือง
เท่ากับพรรคภูมิใจไทยไม่เอา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
จากจุดนี้หากเมื่อใดที่มีการเชิญพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังความพ่ายแพ้ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ก็ย่อมเกิดคำถามและกลายเป็นประเด็น
กระบวนการบดขยี้เพื่อหวังจะทำลาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงไม่ง่ายดาย
ไม่เพียงเพราะพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 หากแต่พรรคก้าวไกลก็มีพันธมิตรที่ร่วมลงนามในเอ็มโอยูด้วยกันเป็น 8 พรรค
การตัดสินใจของ 8 พรรคจึงยังมีความหมาย มีผลสะเทือน