หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

วิเคราะห์การเมือง : กระแส เลือกตั้ง บทเรียน "รัฐประหาร" "ครูด้านกลับ"

5 มี.ค. 2561 - 00:55 น.

แม้จะยังมี “ความคิด” ในการยื้อ ถ่วง หน่วง การเลือกตั้งดำรงอยู่ในคสช.และในรัฐบาล แต่หากสัมผัสจากความตื่นตัวของกลุ่มการเมืองเฉพาะวันที่ 2 มีนาคม ก็มีความเด่นชัด

เด่นชัดว่ายากเป็นอย่างยิ่งที่จะทำได้อีก

ภายในจำนวน 42 กลุ่มที่ไปแสดงความต้องการจะจัดตั้งพรรคการเมืองอาจมี “นอมินี” หรือที่ต้องการห้อยโหน “อำนาจ” ของคสช.อยู่ไม่น้อย

แต่ข้อดีเป็นอย่างมากของพวกเขาก็คือ “อยากเลือกตั้ง”

เขาจึงเป็นองค์ประกอบของ “คนอยากเลือกตั้ง” เหมือนที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ยืนยันออกมาว่าเป็นความต้องการ “ร่วม” ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

ทำไมจึงปรากฏ “คนอยากเลือกตั้ง” มากมายเช่นนี้

การที่ “คนส่วนใหญ่” เรียกร้องต้องการ “การเลือกตั้ง” อย่างน้อยก็จากบทสรุปของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ถือว่าเป็นความสำเร็จของคสช.อย่างนั้นหรือ

อาจใช่หากมองผ่าน “รัฐประหาร”

รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อาจสะท้อนความเรียกร้องต้องการของสิ่งที่เรียกขานกันว่า “มวลมหาประชาชน” ประสานกับการปฏิบัติการโดย “กองทัพ”

แต่ก็ “รัฐประหาร” นั่นแหละทำให้ “คนอยากเลือกตั้ง”

อย่าคิดว่าการเคลื่อนไหวของ Start Up people เป็นเรื่องเลื่อนลอย ว่างเปล่า เป็นเรื่องของคนหน้าเดิมที่ไม่มีความหมาย

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ย่อมรู้ดีที่สุดว่าไม่ใช่

ความสำเร็จซึ่งคสช.แทบมิได้คาดคิด แทบมิได้ประเมินก็คือ ตลอด 3 ปีเศษที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินได้ทำให้ประชาชนนึกถึงความเป็นปกติในทางการเมือง

มองเห็นความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม

สภาผู้แทนราษฎรแตกต่างไปจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างไร

รัฐบาลที่มาจาก “รัฐประหาร” ต่างจากรัฐบาล “เลือกตั้ง” อย่างไร

ยิ่งคสช. “ยื้อ” เลือกตั้งออกไปมากและนานเท่าใด กระแสเรียกร้องต้องการ “เลือกตั้ง” ก็จะกระหึ่มและกลายเป็นอารมณ์ร่วมในทางสังคมเท่านั้น

ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะ “ยื้อ” ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ให้มี “เลือกตั้ง”

การไม่สามารถสร้าง “ผลงาน” อย่างเป็นรูปธรรมต่างหากคือจุดเร้าเร่งให้ประชาชน “อยากเลือกตั้ง” มากขึ้นเป็นทบเท่าและทวีคูณ

นี่เป็น “บทเรียน” อันล้ำค่ายิ่งในทาง “การเมือง”

เวลา 3 ปี 6 เดือนหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงสร้างและก่อรูปความรับรู้ใหม่ในทางการเมืองอย่างมหาศาล

เป็นบทเรียน “ด้านกลับ” จากการ “รัฐประหาร”


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

วิเคราะห์การเมือง : กระแส เลือกตั้ง บทเรียน "รัฐประหาร" "ครูด้านกลับ"